วันนี้ (18 พ.ค.2569) ผศ.ทวีศักดิ์ แตะกระโทก อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมจราจรและขนส่ง มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์ในรายงานจับตาสถานการณ์ ไทยพีบีเอส วิเคราะห์กรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์บริเวณจุดตัดอโศก–ดินแดง หรือย่านมักกะสัน
มองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า Human Error หรือความผิดพลาดของมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกับ "สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย" และโครงสร้างจราจรที่เป็นปัจจัยกดดันให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยง
อ.ทวีศักดิ์ ระบุว่า จากข้อมูลที่ปรากฏ รถเมล์ที่จอดอยู่บนทางรถไฟอาจไม่ได้เกิดจากความประมาทโดยตรงเพียงด้านเดียว แต่มีปัจจัยเรื่องสภาพการจราจรเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีรถจำนวนมาก โดยเฉพาะรถที่ออกจากถนนกำแพงเพชรและต้องเลี้ยวซ้าย ทำให้รถที่วิ่งทางตรงไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ตามปกติ จนเกิดภาวะรถติดสะสมและบีบให้บางคันต้องหยุดอยู่บนรางรถไฟ
นอกจากนี้ หากผู้ขับขี่ไม่ตัดสินใจเคลื่อนรถเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว โอกาสที่จะผ่านทางแยกก็แทบเป็นไปไม่ได้ จึงต้องแยกวิเคราะห์ว่า พฤติกรรมที่เห็นอาจไม่ได้เกิดจากการฝ่าฝืนกฎโดยสมบูรณ์ แต่เป็นผลมาจากปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้ผู้ใช้ถนนต้องตัดสินใจในลักษณะนั้น
ในส่วนของการทำงานของระบบรถไฟ อาจารย์ทวีศักดิ์ ระบุว่า การวิเคราะห์อุบัติเหตุไม่ควรตั้งต้นจากการคาดหวังให้มนุษย์ "สมบูรณ์แบบ" เพราะในความเป็นจริงมนุษย์สามารถผิดพลาดได้เสมอ แต่ระบบที่ปลอดภัยต้องออกแบบมาเพื่อไม่ให้ความผิดพลาดนั้นนำไปสู่ความสูญเสียร้ายแรง
นักวิชาการชี้เหตุสลดมักกะสัน ไม่ใช่แค่คนที่พลาด แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ
เขามองว่า ในเหตุการณ์ครั้งนี้มีบุคลากรหลายฝ่ายที่ต้องทำงานประสานกัน ทั้งคนขับรถไฟ เจ้าหน้าที่ควบคุมไม้กั้น คนโบกธง และนายสถานี ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องทำงานให้สอดประสานกันอย่างแม่นยำ จึงจะทำให้ระบบมีความปลอดภัยเพียงพอ
ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการหาว่าใครผิด แต่ต้องย้อนกลับไปดูว่า ระบบรองรับความผิดพลาดของมนุษย์ได้ดีเพียงใด และมีมาตรการอะไรที่จะช่วยลดผลกระทบเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว
เมื่อถูกถามถึงแนวทางแก้ไขในระยะสั้นสำหรับจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับในกรุงเทพมหานคร ซึ่งยังมีอีกหลายแห่ง อ.ทวีศักดิ์ มองว่า ปัญหาหลักคือเรื่องการจราจรติดขัด เนื่องจากหลายจุดเป็นทางแยกขนาดใหญ่ มีรถวิ่งหลายทิศทาง และมีปริมาณรถหนาแน่น จึงเกิดภาวะรถติดสะสมอยู่เป็นประจำ
แม้จะมีข้อเสนอเรื่องการสร้างอุโมงค์ลอดหรือสะพานข้ามทางรถไฟ แต่ในบางพื้นที่ เช่น แยกอโศก–ดินแดง มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างเมือง เพราะใต้ดินมีรถไฟฟ้า MRT และด้านบนมีระบบรถไฟฟ้า BTS ทำให้การก่อสร้างขนาดใหญ่ทำได้ยาก
เขาจึงเสนอว่า ในระยะสั้นควรนำแนวคิด "Smart Intersection" หรือทางแยกอัจฉริยะ เข้ามาใช้ร่วมกับเทคโนโลยี AI และกล้อง CCTV เพื่อบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรแบบเรียลไทม์ โดยระบบจะสามารถวิเคราะห์ปริมาณรถในแต่ละทิศทาง และปรับเวลาไฟเขียวให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้การระบายรถมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อ.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเคยทดลองใช้ระบบ Adaptive Control ในบางพื้นที่ และสามารถลดปัญหาการจราจรได้ประมาณร้อยละ 20 จึงมองว่าแนวทางนี้สามารถนำมาปรับใช้กับจุดตัดทางรถไฟได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มระบบตรวจจับพฤติกรรมฝ่าฝืน เช่น การจอดรถคร่อมรางรถไฟ โดยใช้กล้องอ่านป้ายทะเบียนและส่งใบสั่งอัตโนมัติ เพื่อช่วยป้องปรามผู้ใช้ถนนไม่ให้กระทำพฤติกรรมเสี่ยง
อีกข้อเสนอหนึ่ง คือการนำภาพจากกล้อง CCTV บริเวณจุดตัดทางรถไฟ ส่งต่อแบบเรียลไทม์ไปยังคนขับรถไฟ เพื่อให้สามารถรับรู้สถานการณ์ล่วงหน้าได้ เพราะโดยปกติรถไฟจำเป็นต้องเริ่มชะลอความเร็วล่วงหน้าประมาณ 2 กิโลเมตร หรือราว 3 นาทีก่อนถึงจุดตัด แต่ระยะดังกล่าวคนขับรถไฟไม่สามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางได้ด้วยสายตา
หากมีระบบถ่ายทอดสดข้อมูลไปยังห้องคนขับ ก็อาจช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถชะลอความเร็วหรือเตรียมหยุดรถได้เร็วขึ้น และลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
เมื่อถามถึงแนวทางการสร้างอุโมงค์ลอดในระยะยาว อ.ทวีศักดิ์ ระบุว่า บางพื้นที่อาจสามารถดำเนินการได้ แต่ไม่ใช่ทุกจุด เพราะขึ้นอยู่กับข้อจำกัดด้านพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐานเดิม และรูปแบบการจราจรของแต่ละพื้นที่
สำหรับการเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เขามองว่า หลายประเทศมีวินัยจราจรที่ดีกว่า ผู้ใช้ถนนไม่ขับรถเข้าไปติดค้างบนทางรถไฟ ทำให้ไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการจัดการปัญหาแบบประเทศไทย
นักวิชาการชี้เหตุสลดมักกะสัน ไม่ใช่แค่คนที่พลาด แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ
ในด้านงบประมาณ การนำ Smart Intersection มาใช้สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที เพราะหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรมมีงบประมาณสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ปัญหาหลักของประเทศไทยคือการขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เนื่องจากพื้นที่หนึ่งเกี่ยวข้องทั้งกรุงเทพมหานคร ตำรวจ และการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งแต่ละหน่วยงานต่างทำหน้าที่ของตัวเอง จึงทำให้ปัญหาสะสมและยืดเยื้อมานาน
ท้ายที่สุด อ.ทวีศักดิ์ มองว่า หากรัฐบาลมีคำสั่งเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างจริงจัง รัฐบาลควรเป็นเจ้าภาพหลักในการประสานงานทุกหน่วยงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟอันตรายเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
รายงานโดย น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักศึกษาฝึกงาน
อ่านข่าวอื่น :
ฝากขัง "พนักงานขับรถไฟ-พนักงานโบกธง" เหตุรถไฟชนรถเมล์
นิติเวชเก็บ DNA เหตุรถไฟชนรถเมล์แล้ว 7 ร่าง จนท.พบชิ้นส่วนมนุษย์อีก 1 ชิ้นส่วน
สำรวจเส้นทาง 18 พ.ค. จุดตัดทางรถไฟอโศก-เพชรบุรี มี จนท.ให้สัญลักษณ์
รู้จัก "Swiss Cheese Model" เมื่อรูโหว่ในระบบคือ "เพชฌฆาต" กลางจุดตัดอโศก
กมธ.คมนาคมเรียก 8 หน่วยงานแจงเหตุรถไฟชนรถเมล์ 20 พ.ค.
คนขับรถไฟชนรถเมล์ ยังไม่ได้รับใบอนุญาต กรมรางสั่งสอบเชิงลึกผู้มีสารเสพติดขับรถ
