วันนี้ (18 พ.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพภาคที่ 1 ออกเอกสารชี้แจง กรณีการเผยแพร่ข้อมูล มีกลุ่มชาวบ้าน บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว รวมตัวขอความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ระหว่างติดตามตัวและขอตรวจค้นกรณีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เหตุเกิดในพื้นที่ชายแดน บ.หนองเสม็ด–บ.หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569
กองทัพภาคที่ 1 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอเรียนว่าเมื่อวันที่ 10 พ.ค.69 เวลา 22.30 น. กองร้อยทหารพรานที่ 1204 จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่ เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และตรวจพบ นายสุรัตน์ ชอบสระน้อย อายุ 37 ปี ชาวบ้าน บ้านหนองหญ้าแก้ว มีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงแสดงตัวและขอเข้าตรวจค้น
แต่นายสุรัตน์ มีพฤติกรรมขัดขืนและวิ่งหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตาม และดำเนินการควบคุมตัว ประกอบกับนายสุรัตน์ มีอาวุธในมือ (ฉมวกแทงกบ) ทำให้เกิดการชุลมุนระหว่างควบคุมตัว จนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นพบยาบ้า 21 เม็ด บริเวณกระเป๋ากางเกง และเงินสด 1,300 บาท
นายสุรัตน์ให้การรับสารภาพว่า เป็นยาเสพติดของตนเอง หน่วยจึงประสานผู้ใหญ่บ้าน และและบิดาของนายสุรัตน์ มารับตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
และเมื่อวันที่ 14 พ.ค.69 หน่วยได้รับแจ้งว่านายสุรัตน์ มีอาการปวดท้อง/อาเจียนเป็นเลือด เข้ารับการรักษา ณ รพ.โคกสูง และส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.อรัญประเทศ และครอบครัวไปแจ้งความกับ สภ.โคกสูง กล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายนายสุรัตน์ และมีการรวมตัวของชาวบ้านส่วนหนึ่งไม่พอใจ และเรียกร้องให้มีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
โดยหน่วยต้นสังกัด กรมทหารพรานที่ 12 ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้นปรับย้ายเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ดังกล่าวออกจากพื้นที่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ หากกำลังพลกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการลงโทษทางวินัยทหาร ควบคู่กับการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาหน่วยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามและเข้าเยี่ยมนายสุรัตน์ จำนวน 2 ครั้ง และมอบเงินช่วยเหลือให้จำนวนหนึ่ง ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของนายสุรัตน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน รวมถึงสืบสวนเพิ่มเติม เกี่ยวกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ต่อไป
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความความร่วมมือในการหาข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 1 ไม่มีนโยบายให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ใช้ความรุนแรง เกินกว่าเหตุในทุกกรณี และยึดตามนโยบายด้านความมั่นคงของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด
ทั้งการปกป้องอธิปไตยของชาติ การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งในพื้นที่ตอนในและตลอดแนวชายแดน จึงขอความร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันสอดส่องและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นมีการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และรับมือกับภัยคุกคาม อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนอยู่อย่างเป็นสุข
ศาลให้ประกัน "คนขับ-พนง.โบกธง" วงเงินคนละ 1 แสนบาท เหตุรถไฟชนรถเมล์
นายกฯ มั่นใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็นไปตามเจตนารมณ์ รธน.
สแกนเมืองท่องเที่ยว พบคนไทยถือหุ้นแทนต่างด้าว กว่า 5 หมื่นราย
