“สร.รฟท.”โต้ “อธิบดีกรมขนส่งทางราง” ชี้ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กม.

เศรษฐกิจ
20:14
จำนวนผู้ชม 111
“สร.รฟท.”โต้ “อธิบดีกรมขนส่งทางราง” ชี้ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กม.
สร.รฟท.ออกแถลงการณ์โต้ "อธิบดีกรมขนส่งทางราง" ชี้ ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านกฎหมาย พนักงานขับรถไฟปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย - ระยะเบรกรถขบวนเกิดเหตุ 200 ม.ไม่ใช่ 2 กม.

วันนี้ (18 พ.ค.2569) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ออกแถลงการณ์ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม กรณีพนักงานขับรถไฟ และใบอนุญาตผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ได้ให้ข่าว ทำนองว่า “พนักงานขับรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง และได้สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่” ซึ่งการให้ข้อมูลดังกล่าว โดยขาดการอธิบายบริบทและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน สร้างความสับสนต่อระบบการทำงานของพนักงานขับรถไฟ และทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดไปอย่างกว้างขวางว่า พนักงานขับรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ปฏิบัติหน้าที่โดย ไม่มีใบอนุญาต หรือขาดคุณสมบัติในการขับรถไฟอย่างผิดกฎหมาย

สร.รฟท. ในฐานะตัวแทนของผู้ปฏิบัติงานการรถไฟฯ จึงมีความจำเป็นต้องแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง ตามหลักกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีการทำงานและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน ดังนี้

สร.รฟท.โต้ "อธิบดีกรมขนส่งทางราง" ชี้ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กม.

สร.รฟท.โต้ "อธิบดีกรมขนส่งทางราง" ชี้ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กม.

1.กรณีที่อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่ขบวนรถต้องใส่ห้ามล้อก่อนถึงจุดที่หยุดระยะ 2 กิโลเมตรนั้น ไม่ถูกต้อง การจะหยุดขบวนรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะประกอบด้วย ความสมบูรณ์ของรถจักร อัตราหน่วยลากจูงของขบวนรถ วันดังกล่าวขบวนรถมีหน่วยลากจูง 578 หน่วย ความเร็วไม่เกินพิกัด 40 กม./ชม. ระยะทางสามารถหยุดขบวนรถได้ตามปกติประมาณ 200 เมตร ไม่ใช่ 2 กิโลเมตร

2.ก่อนที่จะมีการตราพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ.2568 บังคับใช้นั้น พนักงานขับรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยทุกคน ได้รับการกลั่นกรอง การฝึกอบรม การทดสอบ และการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ พนักงานขับรถอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดย เป็นไปตามข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3.1

ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 25 (3) แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 บุคลากรทุกคนจึงผ่านกระบวนการคัดกรองที่มีมาตรฐาน และมีกฎหมายรองรับสถานะการทำงานมาโดยตลอดโดย ฐานอำนาจและมาตรฐานเดิม ในการปฏิบัติหน้าที่ก่อนมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง

3.แม้ว่าพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ.2568 จะได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 แต่ในบทเฉพาะกาล มาตรา 156 ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้บัญญัติรองรับ และคุ้มครองสิทธิของพนักงานขับรถไฟเดิมไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้พลางก่อน ในระหว่างช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบใบอนุญาตใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศ และกระทบต่อการบริการเดินรถสาธารณะ เป็นการคุ้มครองสิทธิตามบทเฉพาะกาล มาตรา 156

สร.รฟท.โต้ "อธิบดีกรมขนส่งทางราง" ชี้ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กม.

สร.รฟท.โต้ "อธิบดีกรมขนส่งทางราง" ชี้ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กม.

4.ในปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่ได้ละเลยหรือเพิกเฉยต่อกฎหมายใหม่ แต่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 156 อย่างต่อเนื่อง โดยยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางรางแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 951 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ การรถไฟฯ ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่มาแล้วจำนวนเพียง 208 ราย และหากให้เป็นไปตามความเห็นของอธิบดีการขนส่งทางราง พนักงานขับรถอีก 743 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องหยุดขบวนรถ 743 ขบวน

ทั้งนี้ ในความเป็นจริงพนักงานขับรถไฟที่เหลือ รวมถึงพนักงานในขบวนรถที่เกิดเหตุ ได้ทำหน้าที่ขับรถไฟมานานก่อนมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางหลายปีมาแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่านตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงถือเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎข้อบังคับของการรถไฟฯ และกฎหมายทุกประการ ไม่ใช่เป็น "ผู้ขับรถไฟที่ไม่มีใบอนุญาต" ตามที่กรมการขนส่งทางราง ได้สื่อให้สังคมรับรู้ ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจคาดเคลื่อนได้

สร.รฟท.โต้ "อธิบดีกรมขนส่งทางราง" ชี้ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กม.

สร.รฟท.โต้ "อธิบดีกรมขนส่งทางราง" ชี้ใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กม.

5.ข้อเท็จจริงพนักงานขับรถไฟ ต้องมีอัตรากำลังทั้งสิ้น 1,258 คน แต่ปัจจุบันมีพนักงานขับรถเพียง 951 คน ที่ต้องทำงานตลอดเวลา แทบจะไม่ได้หยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ ซึ่ง สร.รฟท. และการรถไฟฯ เรียกร้องต่อ รมว.คมนาคม ตลอดมา ให้เพิ่มอัตรากำลังให้เพียงพอต่อการทำงาน

เพื่อประโยชน์ในการให้บริการประชาชน และเพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าของพนักงาน ที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษในการขับเคลื่อนรถจักร ที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน และเพื่อความปลอดภัยต่อประชาชน สหภาพแรงงานฯ ได้ตระหนักและเรียกร้องให้มีเรื่องการปรับปรุง ด้านความปลอดภัยที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดมาโดยตลอด

อ่านข่าว

ศาลให้ประกัน "คนขับ-พนง.โบกธง" วงเงินคนละ 1 แสนบาท เหตุรถไฟชนรถเมล์

รบ.เยียวยาเหตุรถไฟชนรถเมล์ ผู้เสียชีวิต 2.3 ล้าน บาดเจ็บ 1.3 แสนบาท

ช่างเครื่องรถไฟ เข้าให้ปากคำตำรวจ สน.มักกะสัน สอบปมก่อนชนรถเมล์

คนขับรถไฟอ้างเสพยาบ้า-กัญชาก่อนเกิดเหตุ 10 วัน พบเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติด