ครม. อนุมัติปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 68.03%

การเมือง
16:04
จำนวนผู้ชม 51
ครม. อนุมัติปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 68.03%
Botnoi Voice
ครม.อนุมัติปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะ ให้สอดคล้องทิศทางเศรษฐกิจ ย้ำคุมวินัยการคลัง หนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ร้อยละ 68.03 ไม่เกินกรอบร้อยละ 70 รองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่เสถียรภาพการเงินประเทศ

วันนี้ (19 พ.ค.2569) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ การบริหารงบประมาณ และภารกิจของรัฐบาล

การปรับแผนครั้งนี้เป็นการทบทวนให้สอดคล้องกับการใช้งบประมาณตามภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่รัฐบาลยังคงยึดกรอบวินัยการคลังเป็นหลักสำคัญ ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการใช้เครื่องมือทางการคลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กับการรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สาระสำคัญของการปรับแผนบริหารหนี้ฯ อยู่ที่การปรับปรุงให้สอดรับกับภารกิจด้านการลงทุน การบริหารสภาพคล่อง และการกู้เงินของหน่วยงานรัฐบางส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปตามภารกิจและความพร้อมของโครงการ ทั้งหมดดำเนินการภายใต้กรอบการบริหารหนี้ที่รอบคอบ และอยู่บนหลักการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยภายใต้การปรับปรุงครั้งนี้ ได้มีการปรับแผนก่อหนี้ใหม่ เพิ่มขึ้นจาก 1,259,382.87 ล้านบาท เป็น 1,480,582.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221,220 ล้านบาท ขณะที่แผนบริหารหนี้เดิมปรับลดลงจากประมาณ 1,644,431.09 ล้านบาท เหลือ 1,620,471.09 ล้านล้านบาท ลดลงกว่า 23,960 ล้านบาท ส่วนแผนการชำระหนี้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 533,526.25 ล้านบาท เป็น 561,194.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 27,668 ล้านบาท

นอกจากนี้ ครม. ได้อนุมัติการบรรจุโครงการ/รายการเพิ่มในแผนหนี้สาธารณะ 4 โครงการ/รายการ ซึ่งเป็นโครงการที่ ครม. อนุมัติแล้ว เช่น เงินกู้เพื่อดำเนินแผนโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงานฯ 200,000 ล้านบาท เงินกู้ระยะยาวเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศของ กองทุนน้ำมันฯ 20,000 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ภายหลังการปรับปรุงแผนฯ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะอยู่ที่ร้อยละ 68.03 ยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 สะท้อนว่ารัฐบาลยังสามารถบริหารภาระหนี้ได้อย่างมีเสถียรภาพ และยังมีพื้นที่ทางการคลังเพียงพอสำหรับรองรับสถานการณ์จำเป็นในอนาคต

รัฐบาลมีการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและดำเนินให้การบริหารหนี้สาธารณะเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นักลงทุน และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน

เช็กรายละเอียด "ไทยช่วยไทยพลัส" รัฐช่วย 60 ประชาชนจ่าย 40 เงื่อนไข-วันลงะทะเบียน

รฟท.เร่งออกใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ-ตรวจสารเสพติดเข้ม

กกร.หั่น GDP เหลือ1.2-1.6% ชี้ขัดแย้งตะวันออกกลางไม่จบ