เป็นครั้งที่ 2 ที่เกิดเรื่องใหญ่เกี่ยวกับรถไฟ ในสมัยรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อจากเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 32 คน บาดเจ็บกว่า 60 คน เมื่อกลางเดือน ม.ค.2569
ครั้งนี้รัฐบาล "อนุทิน 2" รถไฟบรรทุกสินค้าจากภาคตะวันออก พุ่งเข้าชนรถเมล์ปรับอากาศสาย 206 ที่จอดคร่อมบนรางรถไฟ ตัดแยกพระราม 9 กวาดเอาทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ที่จอดติดอยู่บริเวณเดียวกัน แบบระเนระนาด
เกิดไฟลุกไหม้ฉับพลัน โดยเฉพาะรถเมล์ปรับอากาศ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 8 คน บาดเจ็บอีกประมาณ 30 คน ในจำนวนนี้ 2 คนอยู่ในห้องไอซียู
พร้อมปมคำถามใหญ่ที่ยังไม่มีใครให้คำตอบได้จนถึงขณะนี้ คือเกิดเหตุขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะทั้งรถเมล์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปติดคร่อมรวมกันอยู่ในพื้นที่ที่ควรเป็นพื้นที่ต้องห้าม โปร่งโล่ง ตามหลักความปลอดภัยและกฎหมายจราจรขนส่งทางบก 2522 ที่กำหนดไว้ ต้องหยุดรถห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร
แม้ในยุคปัจจุบัน อาจจะอ้างว่า ในทางปฏิบัติจริงไม่มีใครหยุดรถห่างทางรถไฟขนาดนั้น เพราะใครต่อใครต่างก็รีบเร่ง ต้องทำมาหากิน ขืนหยุดต้องโดนเบียดแทรก และโดนคันหลังบีบแตรไล่แน่ๆ
จึงแทบไม่ต้องเสียเวลาไปตั้งคำถามว่า มีการประสานระหว่างเจ้าหน้าที่ไม้กั้นกับตำรวจจราจรหรือไม่
ไม่ต่างจากเป็นเรื่องคุ้นชินจนกลายเป็นเรื่องปกติ ที่คนไทยผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนหนึ่ง ไม่ได้รู้สึกว่าการเบียดหรือจอดรถคร่อมทางรถไฟเป็นเรื่องที่อันตรายและต้องห้าม
ไม่ต่างจากภาพนักปาดนักเบียดคันอื่นเมื่อจะถึงแยกไฟเขียวไฟแดง และรวมถึง กลุ่มคนขับรถย้อนศร ที่เห็นกันดาษดื่น นำไปสู่อุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตผู้คนและทรัพย์สินไม่รู้เท่าไหร่
จึงป่วยการที่แม้แต่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ที่ลงพื้นที่ตรวจกลางดึก พร้อมตั้งข้อสงสัย ทั้งเรื่องระบบแจ้งเตือน เรื่องจอดรถคร่อมรางรถไฟ และความเร็วของรถไฟ เหตุใดไม่หยุดหรือชะลอก่อนถึงจุดเกิดเหตุ
ไม่ต่างจากการโพสต์ข้อความถามถึงความรับผิดชอบของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ที่ติดภารกิจที่ จ.สตูล และพยายามสื่อสารสั่งการไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด ของ น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กรุงเทพฯ
อาจเป็นเพราะในช่วง 2 วันหลังเหตุเกิด ไม่มีภาพลงพื้นที่เกิดเหตุเหมือนนายกฯนายอนุทิน หรือนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ทั้งที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และในฐานะผู้ดูแลรัฐวิสาหกิจทั้ง 9 แห่ง รวมทั้งการรถไฟฯ
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ นักวิชาการอิสระ ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องที่ระดับ "บิ๊ก" ที่เกี่ยวข้อง ต้องแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่โยนความผิดไปยังพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน
ไม่ว่าจะเป็น นายพิพัฒน์ รมว.คมนาคม และนายสิริพงศ์ รมช.คมนาคม ในฐานะได้รับมอบหมายกำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางบก รวมทั้ง กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส) และด้านคมนาคมทางราง ได้แก่ กรมการขนส่งทางราง (ขร.)
รวมทั้งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เจ้าของพื้นที่ ซึ่งย่อมต้องทราบดีว่า พื้นที่ตรงไหนสุ่มเสี่ยงควรต้องหาทางแก้ไข และเชื่อว่า เรื่องนี้จะเป็นประเด็นสำคัญ ที่จะถูกวิพากษ์โจมตีในการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ สมัยที่ 2 ของนายชัชชาติ
"ถ้าเป็นในต่างประเทศ จะได้เห็นระดับรัฐมนตรีที่กำกับดูแลประกาศลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ" นายทวิสันต์ กล่าว แต่เชื่อว่า ประเทศไทยจะไม่มีโอกาสได้เห็นแบบนั้น
ไม่ต่างจากกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง หล่นทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่ อ.สีคิ้ว ที่นายทวิสันต์ตั้งข้อสังเกตว่า ตอนนี้เรื่องเงียบหายไป
จะเป็นจริงอย่างที่นายทวิสันต์ และอีกหลายคนที่น่าจะมีความเห็นสอดคล้องกับนายทวิสันต์ คาดหวังว่าควรจะเป็นหรือไม่ อีกไม่นาน จะได้ความกระจ่าง
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว :
ตร.แจ้งข้อหา "คนขับรถไฟ" ประมาทจนมีผู้เสียชีวิต - เปิดจราจรปกติแล้ว
