ตร.เอกวาดอร์รวบ 3 ชาวไทย ลักลอบขน "อีกัวนากาลาปากอส" ส่งเอเชีย

ต่างประเทศ
14:13
จำนวนผู้ชม 73
ตร.เอกวาดอร์รวบ 3 ชาวไทย ลักลอบขน "อีกัวนากาลาปากอส" ส่งเอเชีย
ทางการเอกวาดอร์จับกุมชาวไทย 3 คน หลังพบลักลอบขนอีกัวนาทะเลกาลาปากอส สัตว์หายากเฉพาะถิ่นจำนวน 12 ตัว ซุกในกระเป๋าเดินทางเตรียมส่งไปเอเชีย พบ 1 ตัวตาย อีกหลายตัวบาดเจ็บจากการถูกมัดขา ตร.เร่งขยายผลหาเครือข่ายค้าสัตว์ป่า

วันนี้ (21 พ.ค.2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจของเอกวาดอร์จับกุมชาวไทย 3 คน หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยพยายามขน "อีกัวนาทะเลกาลาปากอส" จำนวน 12 ตัว ออกจากประเทศไปยังทวีปเอเชีย ขณะที่ทางการระบุว่า สัตว์บางตัวอยู่ในสภาพอ่อนแอและได้รับบาดเจ็บจากวิธีการขนส่งที่ไม่ปลอดภัย

กระทรวงพลังงานและสิ่งแวดล้อมของเอกวาดอร์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบสัตว์หายากดังกล่าวระหว่างการตรวจค้นสัมภาระที่สนามบิน José Joaquín de Olmedo International Airport ในเมืองกัวยากิล เมืองท่าสำคัญของประเทศ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า อีกัวนาทะเลทั้งหมดถูกซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางที่กำลังจะถูกส่งออกไปยังเอเชีย โดยสุนัขดมกลิ่นที่ผ่านการฝึกเฉพาะด้านตรวจจับสัตว์ป่า เป็นผู้ตรวจพบความผิดปกติและนำไปสู่การเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่

จากการตรวจสอบพบว่า อีกัวนาจำนวน 1 ตัวตายภายในกระเป๋าเดินทาง ส่วนอีก 11 ตัวที่เหลือมีอาการบาดเจ็บและอ่อนแรง โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า สัตว์เหล่านี้ถูกมัดขาระหว่างการขนส่ง ส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บทางร่างกายและความเครียดอย่างหนัก

อีกัวนาทะเลกาลาปากอสถือเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นที่พบได้เฉพาะในหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งเอกวาดอร์ประมาณ 1,000 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีความสำคัญระดับโลกด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จึงได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวดจากทางการเอกวาดอร์และกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ

ภายหลังการจับกุม ศาลเอกวาดอร์มีคำสั่งควบคุมตัวชาวไทยทั้ง 3 คนไว้ก่อนการพิจารณาคดี ในข้อหาลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 3 ปี ตามกฎหมายของเอกวาดอร์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลหาเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าที่อาจเชื่อมโยงกับการนำสัตว์หายากออกจากหมู่เกาะกาลาปากอส รวมถึงตรวจสอบว่า ผู้ต้องสงสัยสามารถหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมอันเข้มงวดของสนามบินในหมู่เกาะดังกล่าวได้อย่างไร

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกังวลต่อหน่วยงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติ เนื่องจากหมู่เกาะกาลาปากอสถือเป็นพื้นที่มรดกโลกที่มีสัตว์เฉพาะถิ่นจำนวนมาก และเผชิญปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสัตว์หายากที่เป็นที่ต้องการในตลาดมืดระหว่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเตือนว่า การลักลอบนำสัตว์ป่าออกจากถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ ไม่เพียงกระทบต่อจำนวนประชากรสัตว์ในระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังอาจสร้างความเสียหายต่อความสมดุลทางธรรมชาติของหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่เปราะบางและสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อ่านข่าวอื่น :

ไฟไหม้รถยนต์บนมอเตอร์เวย์ M81 - จนท.เร่งหาสาเหตุ

"อนุทิน" ย้ำไม่เกี่ยวที่ดินเขากระโดง มีชื่อในทะเบียนบ้านทำกิจกรรมการเมือง

สี จิ้นผิง จัดฉากต้อนรับ "ทรัมป์-ปูติน" สุดยิ่งใหญ่แต่แฝงนัย "ความเหมือนที่แตกต่าง"