สี จิ้นผิง จัดฉากต้อนรับ "ทรัมป์-ปูติน" สุดยิ่งใหญ่แต่แฝงนัย "ความเหมือนที่แตกต่าง"

ต่างประเทศ
11:58
จำนวนผู้ชม 233
Thai PBS
สี จิ้นผิง จัดฉากต้อนรับ "ทรัมป์-ปูติน" สุดยิ่งใหญ่แต่แฝงนัย "ความเหมือนที่แตกต่าง"
สี จิ้นผิงต้อนรับทรัมป์-ปูตินอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนยุทธศาสตร์ของจีนที่ต้องการแสดงบทบาทผู้นำโลก แต่เบื้องหลังพิธีการ จีนส่งสัญญาณชัดว่ารัสเซียยังเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์สำคัญ ท่ามกลางสงครามยูเครน วิกฤตพลังงาน และการแข่งขันกับสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 The Guardian รายงานว่า การเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการแบบต่อเนื่องในเดือนเดียวกันของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา และ ประธานาธิบดี วลาดีเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กลายเป็นเวทีแสดงชั้นเชิงและศิลปะทางการทูตขั้นสูงสุดของ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน โดยการจัดพิธีการต้อนรับที่ดูคล้ายคลึงกันอย่างจงใจในฉากหน้า กลับแฝงไปด้วยนัยทางการเมืองและความแตกต่างเชิงโครงสร้างยุทธศาสตร์ ที่จีนต้องการส่งสัญญาณให้สังคมโลกรับรู้อย่างชัดเจน

พิธีการต้อนรับ เท่าเทียมในภาพลักษณ์-แบ่งแยกในชนชั้น

จีนจงใจออกแบบฉากหน้าให้ดูเหมือนว่า จีนให้เกียรติทั้งวอชิงตันและมอสโกอย่างเสมอกัน เพื่อประกาศศักดาว่า "จีนคือศูนย์กลางทางการทูตของโลก" ที่สามารถเรียกผู้นำมหาอำนาจสูงสุดของทั้ง 2 ฝั่งมาเยือนปักกิ่งในเดือนเดียวกันได้

ทว่าในรายละเอียดของการให้เกียรติ ผ่านตัวบุคคลผู้ไปรอกล่าวต้อนรับ ณ ท่าอากาศยาน กลับมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นการบอกกลาย ๆ ว่า รัสเซียคือคนในครอบครัวทางยุทธศาสตร์ ส่วนสหรัฐฯ คือแขกภายนอกที่ต้องเจรจาด้วยความระมัดระวัง

  • ประธานาธิบดี ทรัมป์ ทางการจีนได้ส่งรองประธานาธิบดี ซึ่งเป็นตำแหน่งทางพิธีการ และอยู่นอกศูนย์กลางโครงสร้างอำนาจ ที่แท้จริงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนไปต้อนรับ
  • ประธานาธิบดี วลาดีเมียร์ ปูติน กลับได้รับการต้อนรับจากสมาชิกกรมการเมือง หรือโปลิตบูโร ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

การส่งสัญญาณที่ละเอียดอ่อนนี้ระบุให้เห็นว่า จีนมองมอสโกเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ที่ไว้วางใจได้ในระเบียบโลกใหม่ ที่ไม่ได้มีชาติตะวันตกเป็นศูนย์กลาง แม้ว่าโฆษกทำเนียบเครมลิน ดมิทรี เปสคอฟ จะพยายามปฏิเสธว่า ไม่ควรนำการเยือนทั้ง 2 ครั้งมาเปรียบเทียบกันในแง่ของการแข่งขันก็ตาม

สี จิ้นผิง จัดฉากต้อนรับ "ทรัมป์-ปูติน" สุดยิ่งใหญ่แต่แฝงนัย "ความเหมือนที่แตกต่าง"

สี จิ้นผิง จัดฉากต้อนรับ "ทรัมป์-ปูติน" สุดยิ่งใหญ่แต่แฝงนัย "ความเหมือนที่แตกต่าง"

คู่ค้าที่ต้องระแวง - พันธมิตรที่ต้องตักตวง

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังพิธีการอันโอ่อ่าและสมเกียรตินั้น ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการประชุมสุดยอดทั้ง 2 ครั้ง กลับอยู่ในระดับที่เรียบง่ายและค่อนข้างจำกัด การหารือระหว่าง สี จิ้นผิง และ โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ที่เป็นทางออกหลักในข้อพิพาท เรื่องการจำกัดการส่งออกชิปเทคโนโลยีขั้นสูงของ บริษัท อินวิเดีย (Nvidia) และปัญหาภาษีศุลกากร

ขณะที่ฝั่งรัสเซีย ที่กำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ทางเศรษฐกิจอย่างหนักหนาสาหัสที่สุด จากผลกระทบของสงครามในยูเครน และการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ความคาดหวังที่จะเห็นความคืบหน้าของโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ "พาวเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2" (Power of Siberia 2) เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการขายก๊าซจากยุโรปมาสู่จีน ก็ยังคงไม่มีการประกาศข้อตกลงจำเพาะเจาะจงใด ๆ นอกเหนือไปจากคำมั่นสัญญาอันคลุมเครือ ในการกระชับความร่วมมือด้านพลังงาน และการเชื่อมโยงทรัพยากรระหว่างกัน

แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีน กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบที่ไม่สมมาตร โดยรัสเซียต้องพึ่งพาทางเศรษฐกิจ และเงินทุนจากจีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะท่อช่วยชีวิตทางการทูตและการค้า

สี จิ้นผิง จัดฉากต้อนรับ "ทรัมป์-ปูติน" สุดยิ่งใหญ่แต่แฝงนัย "ความเหมือนที่แตกต่าง"

สี จิ้นผิง จัดฉากต้อนรับ "ทรัมป์-ปูติน" สุดยิ่งใหญ่แต่แฝงนัย "ความเหมือนที่แตกต่าง"

นัย "จงหนานไห่" การขู่ที่นุ่มนวล

ผู้ที่ได้รับประโยชน์และชัยชนะสูงสุดในเชิงภาพลักษณ์ทางการเมืองจากเหตุการณ์ในครั้งนี้คือ ตัวของ สี จิ้นผิง เอง ที่สามารถประกาศตนในฐานะรัฐบุรุษระดับโลกคนแรกในประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ ที่สามารถต้อนรับผู้นำสูงสุดของทั้งสหรัฐฯ และรัสเซีย ได้พร้อมกันในเดือนเดียว

นอกจากนี้ ในระหว่างการนำ ประธานาธิบดี ทรัมป์ เข้าเยี่ยมชมทำเนียบจงหนานไห่ ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามเฉพาะของผู้นำคอมมิวนิสต์ สี จิ้นผิง ยังกล่าวเตือนอเมริกาอ้อม ๆ ถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างจีนและรัสเซีย ด้วยการระบุว่าสถานที่แห่งนี้ แทบไม่เคยเปิดรับแขกต่างชาติคนใดเลย ยกเว้น วลาดีเมียร์ ปูติน เท่านั้น

นี่คือการต้อนรับที่เหมือนจะให้เกียรติทรัมป์อย่างสูงสุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการเตือนสติผู้นำสหรัฐฯ ไปในตัวว่า จีนยังมีมหามิตรที่ทรงพลังชื่อ รัสเซียอยู่ข้างหลัง และความสัมพันธ์ระหว่างจีน-รัสเซียนั้น หยั่งรากลึกกว่ามาก

ส่วนประเด็นความขัดแย้งของ 2 สงครามใหญ่ระดับโลก จีนยังคงแสดงบทบาทที่ระมัดระวัง โดยทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาปฏิเสธข้อเสนอของ สี จิ้นผิง ที่จะให้จีนเข้าช่วยเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ประเด็นสงครามยูเครน จีนยังคงเลือกที่จะรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ทางการค้า กับทั้งฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จากเงื่อนไขทางการค้าที่ได้เปรียบจากรัสเซียที่กำลังอ่อนแอลง โดยไม่ได้มีบทบาทที่แท้จริงในการยุติสงคราม แต่ใช้สมรภูมิดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาความสำเร็จ และความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์การทหารในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

สพฐ.ปรับสถานะครู “จ้างเหมาบริการ” เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว” 7,588 อัตรา

ไทยเพิ่มมาตรการป้องกัน "อีโบลา" สนามบิน-สายการบิน เข้มคัดกรองผู้โดยสาร

เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสารเพิ่ม 1 บาท เริ่มวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.นี้