วันนี้ (21 พ.ค.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วมประชุม พร้อมเน้นย้ำผลักดันนโยบายทหารอาสา ตามนโยบายของรัฐบาล และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงการควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่อยู่ในคลัง หลังมีเหตุการณ์ที่ประชาชนไม่สบายใจกรณีลักลอบนำอาวุธยุทโธปกรณ์ออกจากคลัง แม้ว่าจะมีขั้นตอนและมาตรการในการควบคุมอาวุธอย่างรัดกุม แต่ยังมีการละเมิดกฎหมาย หรือทุจริตในหน้าที่
รมว.กลาโหม ยังระบุถึงการกำชับดูสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังพบว่าฝั่งกัมพูชามีความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ว่า ในช่วงเวลานี้ ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาเตรียมความพร้อม เนื่องจากเพิ่งผ่านการสู้รบ และความขัดแย้งไม่นาน ดังนั้นการเตรียมการถือเป็นสิ่งที่สำคัญ และอธิปไตยของใครก็ต้องปกป้อง แต่ทั้งหมดต้องยึดตามข้อตกลง Joint Statement
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการประชุม GBC ครั้งถัดไปนั้น ขณะนี้ให้ฝ่ายเลขานุการของ GBC ทั้ง 2 ประเทศไปพูดคุยกันก่อน ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ยืนยันว่าเรื่องการเปิดด่านจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่นำมาหารือ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะดีขึ้นหรือไม่
ขณะที่ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ย้ำว่า กรณีมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เรื่องการออกมาตรการควบคุมสินค้าตามแนวชายแดนนั้น ไม่ได้หารือในที่ประชุมสภากลาโหม เนื่องจากเป็นมติที่ได้ข้อยุติแล้ว ซึ่งมีการปรับปรุงเงื่อนไขเพิ่มเติมในเรื่องของข้อกฎหมาย และพระราชกำหนดที่ทางกระทรวงกลาโหมดำเนินการไปแล้ว โดยรายละเอียดของสินค้าควบคุมอยู่ในข้อกำหนดของ สมช.
อ่านข่าว :
ตร.ยันผลตรวจปืน M4 "ซุน หมิงเฉิน" ไม่ใช่อาวุธทางราชการ
สพฐ.ปรับสถานะครู “จ้างเหมาบริการ” เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว” 7,588 อัตรา
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
