สหรัฐฯ จุดไฟ 2 สมรภูมิ "คิวบา-ไต้หวัน" ด้านจีน-รัสเซียแท็กทีมประณาม

ต่างประเทศ
06:40
จำนวนผู้ชม 126
สหรัฐฯ จุดไฟ 2 สมรภูมิ "คิวบา-ไต้หวัน" ด้านจีน-รัสเซียแท็กทีมประณาม
จีนและรัสเซียออกมาประณามสหรัฐฯ หลังยื่นฟ้องราอูล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบา ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมใช้มาตรการแข็งกร้าวต่อคิวบา และเตรียมพูดคุยกับผู้นำไต้หวันเรื่องขายอาวุธ จุดชนวนความตึงเครียดใหม่ระหว่างมหาอำนาจโลก

วันนี้ (22 พ.ค.2569) ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ จีน รัสเซีย และคิวบา กำลังทวีความรุนแรงขึ้น หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้ายื่นฟ้อง ราอูล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีคิวบา จากกรณีเหตุยิงเครื่องบินของกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวคิวบาตก 2 ลำ เมื่อปี 2539 จนทำให้หลายฝ่ายจับตาว่า สหรัฐฯ อาจกำลังยกระดับแรงกดดันต่อรัฐบาลคิวบา ไปสู่มาตรการที่เข้มข้นกว่าเดิม รวมถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินปฏิบัติการจับกุมหรือแทรกแซงทางทหาร คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นกับรัฐบาลเวเนซุเอลาในอดีต

ท่าทีดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับจีนและรัสเซีย ซึ่งออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนคิวบาอย่างชัดเจน โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ปักกิ่งคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการที่สหรัฐฯ ใช้ "กระบวนการยุติธรรม" เป็นเครื่องมือกดดันทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้วอชิงตันยุติการใช้มาตรการคว่ำบาตร การข่มขู่ และแรงกดดันต่อคิวบา

รวมทั้งยืนยันว่า จีนสนับสนุนคิวบาในการปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรีของชาติ ต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอกในทุกรูปแบบ ขณะที่รัฐบาลรัสเซียระบุว่าการดำเนินการของสหรัฐฯ ต่อคิวบา ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของมอสโก เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

ด้านรัฐบาลคิวบาออกมาตอบโต้ทันที โดย รมช.ต่างประเทศคิวบา ระบุว่า การยื่นฟ้องอดีตผู้นำประเทศครั้งนี้ มีแรงจูงใจทางการเมือง และสะท้อนถึงการยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบา พร้อมเตือนว่าหากสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการทางทหารหรือพยายามจับกุมเจ้าหน้าที่คิวบาที่ถูกกล่าวหา จะเผชิญแรงต่อต้านอย่างรุนแรงจากประชาชนชาวคิวบา

ขณะที่ บรูโน โรดริเกซ ปาร์ริลลา รมว.ต่างประเทศคิวบา กล่าวหาว่า มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังยั่วยุให้เกิดการรุกรานทางทหาร พร้อมยืนยันว่า คิวบาไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

ในเวลาเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณแข็งกร้าวเพิ่มเติม โดยระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ หลายคนก่อนหน้านี้เคยพิจารณาเรื่องการแทรกแซงกิจการภายในของคิวบามานานหลายสิบปี และดูเหมือนว่าเขาอาจเป็นคนที่ลงมือทำจริง พร้อมเรียกคิวบาว่าเป็นประเทศที่ล้มเหลวที่กำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่มีไฟฟ้าและขาดทรัพยากรพื้นฐาน

ขณะเดียวกันทรัมป์ยังเปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำลังติดต่อกับบุคคลภายในคิวบาที่ต้องการความช่วยเหลือจากวอชิงตัน ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ อาจกำลังพยายามผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศดังกล่าว

จีนค้านสหรัฐฯ คุยผู้นำไต้หวันปมขายอาวุธ

อีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ ยังเผชิญความตึงเครียดกับจีนจากประเด็นไต้หวัน หลังทรัมป์เปิดเผยว่าเขาต้องการพูดคุยกับ ไล่ ชิง-เต๋อ ผู้นำไต้หวัน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการซื้อขายอาวุธ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการทำลายแนวปฏิบัติทางการทูตที่ยึดถือกันมายาวนานนับตั้งแต่ปี 2522 เมื่อสหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวันเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์กับจีน ภายใต้นโยบาย "จีนเดียว"

รัฐบาลจีนตอบโต้ทันที โดย กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แสดงจุดยืนคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการติดต่ออย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน รวมถึงคัดค้านการขายอาวุธให้ไต้หวัน พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดส่งสัญญาณผิด ๆ ไปยังกลุ่มสนับสนุนเอกราชไต้หวัน และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อรักษาสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน

ด้านรัฐบาลไต้หวันตอบรับท่าทีของทรัมป์ โดยระบุว่า ไล่ ชิง-เต๋อ ยินดีอย่างยิ่งที่จะหารือกับผู้นำสหรัฐฯ เกี่ยวกับการรักษาสถานภาพเดิมในช่องแคบไต้หวัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่จีนยังคงยืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทางทหารเพื่อรวมชาติ

ประเด็นดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงสั่นสะเทือนในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หลังมีรายงานว่า ระหว่างการเยือนจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน ทรัมป์ได้หารือเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวันกับ สี จิ้นผิง ซึ่งหากเป็นจริง จะถือว่าขัดกับแนวนโยบายของสหรัฐฯ ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2525 ว่าจะไม่ปรึกษาจีนในประเด็นดังกล่าว โดยเมื่อถูกถามถึงพันธสัญญาเก่า ทรัมป์ตอบเพียงว่า "ทศวรรษ 1980 มันนานมากแล้ว"

จนถึงขณะนี้ ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะอนุมัติข้อตกลงขายอาวุธมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ไต้หวันหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลของเขาเพิ่งอนุมัติการขายอาวุธครั้งใหญ่ให้ไต้หวันมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ทั้งประเด็นคิวบาและไต้หวันกำลังสะท้อนแนวทางนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ที่พร้อมเผชิญหน้าโดยตรงกับคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิรัฐศาสตร์โลกในระยะต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

สภาพอากาศวันนี้ กทม.ฝน 60% พื้นที่ ใต้-ตะวันออกคลื่นลมแรง

"พัชรกัญน์" พ่ายไต้หวัน คว้าเหรียญเงินศึกเทควันโดชิงแชมป์เอเชีย

ทลายบ่อนลอยฟ้า จ.สมุทรปราการ จับ 63 นักพนัน พบเงินหมุนเวียนต่อวันกว่า 43 ล้าน