วันนี้ (10 มี.ค.2569) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ศาลอาญามีคำพิพากษา ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่ง ในความผิดฐานครอบครอง และเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นคดีในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก พร้อมกำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสืบสวนปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศหลายหน่วยงาน ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด จนนำไปสู่การตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมากในระบบ
สำหรับ คำพิพากษา วันที่ 10 มี.ค.2569 คดีพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ส.ต.ท.เจษฎา (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนั้น ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง ผลิต นำเข้า ส่งออก เผยแพร่ หรือส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ศาลอาญามีคำพิพากษา ลงโทษจำเลย ข้อหาครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ตามมาตรา 287/1 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (4)(5) รวมจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ปรับเป็นเงิน 120,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพ ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 4 ราย รายละ 25,000 บาท ผู้เสียหายไม่ติดใจ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยเป็นการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กซ้ำ พฤติการณ์ยังไม่ร้ายแรงนัก และจำเลยลุแก่โทษ ศาลจึงสั่งรอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี และให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เป็นเวลา 1 ปี และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จำนวน 24 ชั่วโมง
คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2567 กรมสอบสวนคดีพิเศษ บูรณาการกำลังร่วมกับ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation : FBI) และได้รับการสนับสนุนสุนัขตรวจจับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Storage Detection K9 : ESD K9) จากองค์กร OUR Rescue ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่ได้รับการสนับสนุน ESD K9 ในการเข้าตรวจค้น และจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของหน่วยงานแห่งหนึ่ง ใน จ.ภูเก็ต
จากการตรวจค้นพบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หลายรายการ ภายในตรวจพบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบไฟล์ภาพและไฟล์วิดีโอ รวมทั้งสื่อลามกอนาจารอื่นๆ จำนวนกว่า 258,000 ไฟล์
ซึ่งไฟล์ภาพสื่อลามกอนาจารเด็กมีผู้เสียหายที่เป็นเด็กไทย และต่างชาติหลายพันราย ที่มีความเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ Blackwrist ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย อาทิ ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police : AFP), สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation : FBI), สำนักงานสืบสวนความมั่นคงมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations : HSI), องค์การตำรวจสากล (INTERPOL), กระทรวงกิจการภายในนิวซีแลนด์ (Department of Internal Affairs : DIA) และประเทศในสหภาพยุโรป ตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสื่อมวลชนในต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรม กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือ และเยียวยาผู้เสียหายอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีดังกล่าว ให้ได้รับการคุ้มครอง ฟื้นฟู และดูแลตามกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรม ลักษณะดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกในสังคมไทยต่อไป
อ่านข่าว
สบส.ส่งทีมลงสอบคลินิก ย่านปทุมวัน ปมหนุ่มสลบยาวหลังทำศัลยกรรม
"ธ.กรุงเทพ" เลื่อนกำหนดยอดเงินคงค้างบัญชีดิจิทัลขั้นต่ำ 2,000 บาท ออกไปไม่มีกำหนด
ตำรวจรวบ “ดีเจรัสเซีย” เอเยนต์ยาเสพติดรายใหญ่บนเกาะพะงัน สั่งซื้อผ่านแอปฯ ส่งพิกัดให้ขุดดินรับของ
