ส่องความอึด "สหรัฐฯ-อิหร่าน" หากทำสงครามยืดเยื้อ

ต่างประเทศ
14:57
จำนวนผู้ชม 3,662
ส่องความอึด "สหรัฐฯ-อิหร่าน" หากทำสงครามยืดเยื้อ
อิหร่านแสดงความพร้อมรับมือการสู้รบกับสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยประกาศว่า พร้อมทำสงครามต่อไปได้อีกอย่างน้อย 6 เดือน ฟากผู้นำสหรัฐฯ ก็แสดงความมั่นใจว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงในอีกไม่นาน ท่ามกลางการตอบโต้กันแบบไม่หยุดยั้ง

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลผนึกกำลังโจมตีอิหร่าน ก่อนจะทำให้ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ ซึ่งการสู้รบดำเนินมาใกล้ครบ 2 สัปดาห์ และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะประเทศคู่ขัดแย้งอย่างสหรัฐฯ ที่มีการประเมินว่า อาวุธในคลังพร่องลงอย่างมาก จากการเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งนี้

หลังเปิดการโจมตีได้ไม่นาน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกบริษัทผู้ผลิตอาวุธยักษ์ใหญ่เข้าหารือ ก่อนออกมายืนยันว่า บริษัทผู้ผลิตอาวุธป้อนกองทัพสหรัฐฯ ตกลงเพิ่มกำลังผลิตอาวุธประสิทธิภาพสูงเป็น 4 เท่า เพื่อให้มีปริมาณมากพอตามที่ต้องการ โดยได้เริ่มขยายกำลังการผลิตตั้งแต่ 3 เดือนก่อนแล้ว ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นแผนรับมือหากความขัดแย้งลากยาว

แต่หากถามว่า สงครามครั้งนี้จะจบลงเมื่อไหร่ ยังไม่มีใครรู้ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า "สงครามจะจบลงเร็ว ๆ นี้" ถึง 2 รอบ ก่อนที่หลังจากนั้นจะออกมาสร้างความสับสนให้กับโลกอีกครั้ง ด้วยการเตือนว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงกว่าเดิมอีก 20 เท่า หากอิหร่านขัดขวางการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

ภาพประกอบข่าว ส่องความอึด

ท่าทีที่กลับไปกลับมาของผู้นำสหรัฐฯ ทำหลายฝ่ายสับสนและหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ฟากฝั่ง "อิหร่าน" ค่อนข้างมีท่าทีที่ชัดเจนว่าจะไม่ยอมจบสงครามครั้งนี้แบบง่าย ๆ

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศชัดเจนว่า จะเป็นผู้กำหนดจุดจบของสงครามนี้และอนาคตของภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่ในมือของ IRGC แล้ว เช่นเดียวกับ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ที่เปิดเผยว่า อิหร่านปฏิเสธคำร้องขอให้มีการหยุดยิงจากประเทศต่างๆ รวมถึงจีน ฝรั่งเศสและรัสเซีย พร้อมทั้งระบุว่า ขณะนี้อิหร่านเป็นฝ่ายได้เปรียบ

ได้เปรียบจริงหรือไม่ อาจเป็นคำถามที่ตอบยาก แต่หากดูศักยภาพของ "โดรน" อิหร่านที่เป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญ ก็อาจเรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋ว โดยอิหร่านมีโดรนที่ผลิตและออกแบบเองคือ "ชาฮีด" ซึ่งหนึ่งในรุ่นที่เป็นกำลังสำคัญของอิหร่านคือโดรนพลีชีพ "ชาฮีด-136" ซึ่งโดรนเหล่านี้ราคาถูกและผลิตได้ง่าย

จากการประเมินชี้ว่า โดรนรุ่นนี้แต่ละลำมีราคาอยู่ระหว่าง 20,000-50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซียและอิสราเอลใช้ มีราคาตั้งแต่ 3-12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อขีปนาวุธสกัดกั้น 1 ลูก ซึ่งราคาที่ต่างกันสะท้อนถึงความไม่สมดุลด้านต้นทุนการผลิต

ภาพประกอบข่าว ส่องความอึด

นอกจากจะมีราคาที่ถูกแล้วยังสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมาก เพราะจากเอกสารของรัสเซียที่รั่วไหลออกมาชี้ว่า อิหร่านสามารถผลิตโดรนได้ประมาณ 5,000 ลำต่อเดือน ซึ่งการใช้งานโดรนของรัสเซียในช่วงสงครามในยูเครน ช่วยพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโดรนในสนามรบมาแล้ว

นักวิเคราะห์มองว่า ในสงครามที่ยืดเยื้อ อิหร่านอาจใช้โดรนเพื่อทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ เปิดโอกาสให้โจมตีได้รุนแรงมากขึ้น หลักการคือการใช้โดรนออกไปก่อนเพื่อเก็บรักษาขีปนาวุธไว้ใช้ในระยะยาว ซึ่งสำหรับอิหร่านที่เผชิญกับการคว่ำบาตรและข้อจำกัดในการจัดหาอาวุธขั้นสูง ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เพียงไม่กี่วันหลังการสู้รบเปิดฉากขึ้น กระทรวงกลาโหม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุว่า จากโดรนอิหร่าน 941 ลำที่ตรวจพบตั้งแต่เริ่มสงคราม มี 65 ลำที่ตกลงมาในดินแดนของยูเออี สร้างความเสียหายให้ท่าเรือ สนามบิน โรงแรมและศูนย์ข้อมูล

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อ้างว่า อิหร่านส่งโดรนกว่า 2,000 ลำเข้าสู่สมรภูมิ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อิหร่านยังมีโดรนอยู่ในคลังแสงอีกเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกันแล้วแต่ละฝ่ายต่างมีอาวุธเด็ดไว้ต่อกรกันได้อย่างน้อยอีกระยะหนึ่ง แต่สิ่งที่หลายฝ่ายให้ความสนใจมากไปกว่านั้นคือเมื่อไหร่สงครามครั้งนี้จะจบลง

อ่านข่าว

กองทัพสหรัฐฯ เผยภาพยิงเรือวางทุ่นระเบิดอิหร่าน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

12 วันตะวันออกกลาง อิสราเอลถล่มเตหะราน-อิหร่านโต้กลับครั้งใหญ่ที่สุด

"ทรัมป์" เตือนอิหร่านเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขู่โจมตีรุนแรงขึ้น