สต็อกปุ๋ยยังเหลือเพียบ พาณิชย์ ย้ำไม่ต้องกักตุน ขู่ร้านค้าห้ามขึ้นราคา

เศรษฐกิจ
18:07
จำนวนผู้ชม 714
สต็อกปุ๋ยยังเหลือเพียบ พาณิชย์ ย้ำไม่ต้องกักตุน ขู่ร้านค้าห้ามขึ้นราคา
พาณิชย์ เกาะติดปุ๋ย ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังเก็บใหญ่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบสินค้ามีปริมาณจำนวนมาก ผู้ประกอบการมีแผนนำเข้าต่อเนื่อง เน้นหาแหล่งใหม่ ย้ำเกษตรกร ไม่จำเป็นต้องกักตุน ขู่ร้านค้าปลีกค้าส่ง ห้ามขึ้นราคา พบโก่งราคาจับปรับทันที

วันนี้ (13 มี.ค.2569) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ภายหลังเกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อการค้าและการขนส่งสินค้าในตลาดโลก โดยเร่งวางมาตรการบริหารจัดการทั้งด้านปริมาณสินค้า แหล่งนำเข้า และการกำกับดูแลราคา เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงปุ๋ยอย่างเพียงพอในราคาที่เป็นธรรม และได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ปุ๋ยเคมี ณ คลังสินค้าของผู้จำหน่ายปุ๋ยรายใหญ่

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ปุ๋ยเคมี ณ คลังสินค้าของผู้จำหน่ายปุ๋ยรายใหญ่

ทั้งนี้ ยังมอบหมายให้ นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ปุ๋ยเคมี ณ คลังสินค้าของผู้จำหน่ายปุ๋ยรายใหญ่ ได้แก่ บริษัท เจียไต๋ จำกัด และปุ๋ยไวกิ้ง ในพื้นที่อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นคลังเก็บปุ๋ยเคมีขนาดใหญ่ของประเทศ เพื่อติดตามปริมาณสต็อกและสถานการณ์การกระจายสินค้าในช่วงฤดูเพาะปลูก

โดยผลการตรวจสอบ พบว่าคลังสินค้ายังคงมีปริมาณปุ๋ยเคมีจำนวนมาก โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 และผู้ประกอบการ มีแผนนำเข้าสินค้าเพิ่มเติม เพื่อทยอยเติมสต็อกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมปริมาณปุ๋ยในประเทศยังเพียงพอรองรับความต้องการใช้ของภาคเกษตร ทั้งในช่วงเตรียมเพาะปลูกและฤดูกาลผลิตถัดไป โดยกรมฯ ขอให้เกษตรกรมั่นใจในสถานการณ์สินค้าและไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุน

ภาพประกอบข่าว สต็อกปุ๋ยยังเหลือเพียบ พาณิชย์ ย้ำไม่ต้องกักตุน ขู่ร้านค้าห้ามขึ้นราคา

กรมฯ ประชุมหารือร่วมกับ 3 สมาคมปุ๋ย ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจการเกษตร รวมถึงผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายปุ๋ยรายสำคัญ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการซัปพลาย และเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของตลาดโลก ได้รับการยืนยันว่าปัจจุบันสต็อกปุ๋ยทั้งในโรงงานและคลังสินค้ายังมีเพียงพอ และการสั่งซื้อแม่ปุ๋ยยังดำเนินการได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเร่งกระจายความเสี่ยงด้านการนำเข้า โดยขยายและหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติมจากหลายประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดตะวันออกกลาง ปัจจุบันมีการนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากประเทศซาอุดีอาระเบียและมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มาเลเซียและบรูไนยังสามารถจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ อีกทั้งไทยยังมีแหล่งนำเข้าจากหลายภูมิภาค เช่น โอมาน จีน รัสเซีย แคนาดา เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศในยุโรปและอาเซียน ทำให้ระบบจัดหาปุ๋ยมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถทดแทนแหล่งนำเข้าได้หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

ภาพประกอบข่าว สต็อกปุ๋ยยังเหลือเพียบ พาณิชย์ ย้ำไม่ต้องกักตุน ขู่ร้านค้าห้ามขึ้นราคา

ขณะเดียวกัน ประสานกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มอบหมายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก เร่งสำรวจและหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมเพิ่มปริมาณนำเข้าจากมาเลเซียและบรูไน รวมถึงเร่งเจรจากับทางการจีนเพื่อผ่อนคลายมาตรการ และเพิ่มปริมาณส่งออกปุ๋ยฟอสเฟตมายังไทย เพื่อให้การนำเข้าปุ๋ยดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

ภาพประกอบข่าว สต็อกปุ๋ยยังเหลือเพียบ พาณิชย์ ย้ำไม่ต้องกักตุน ขู่ร้านค้าห้ามขึ้นราคา

ส่วนการดูแลราคา กรมฯ กำกับติดตามโครงสร้างราคาปุ๋ยอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายอย่างเข้มงวด หลังพบร้านค้าบางพื้นที่ปรับราคาสูงขึ้นกระสอบละ 50–100 บาท

โดยผู้ผลิตยืนยันว่าสินค้าสต็อกเดิมยังจำหน่ายราคาเดิม พร้อมกำชับห้ามจำกัดการขาย ห้ามกักตุนสินค้า และห้ามขายพ่วงปุ๋ยโดยเด็ดขาด และขอเตือนผู้ประกอบการห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านข่าว:

พณ.ปล่อยลอยราคาน้ำมัน ดันสินค้าอุปโภคบริโภคราคาพุ่ง

ราคาปุ๋ย+น้ำมันพุ่ง จี้รัฐเร่งออกมาตรการ ปั๊มให้เกษตรกรใช้แกลลอนเติมน้ำมันได้

รัฐบาลเปิดสต็อก “ปุ๋ยยูเรีย” 8.5 ล้านกระสอบ ใช้ได้ถึง ส.ค.นี้

ปุ๋ยยูเรียมีเพียงพอ พาณิชย์ เข้มร้านค้า ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา