ราคาน้ำมันดันต้นทุนสินค้าพุ่ง ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ มี.ค. ส่อทรุด

เศรษฐกิจ
15:50
จำนวนผู้ชม 718
ราคาน้ำมันดันต้นทุนสินค้าพุ่ง ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ มี.ค. ส่อทรุด
Botnoi Voice
ส.อ.ท. เผย 3 ฉากทัศน์ ราคาน้ำมันดันต้นทุนสินค้าพุ่ง ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ มี.ค. ส่อทรุด หลังสงครามยืดเยื้อ ดันต้นทุนพลังงานพุ่ง ชี้ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามความไม่แน่นอนสงครามการค้า โดยเฉพาะภาษีสหรัฐฯ

วันนี้ (18 มี.ค.2569) นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนก.พ.2569 อยู่ที่ระดับ 90.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 88.7 ในเดือนม.ค.2569 จากปัจจัยหลายด้าน แต่จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตในภาพรวม ส่งผลให้สถานการณ์ล่าสุดในเดือนมี.ค.2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากเดือนก่อนชัดเจนขึ้น

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

โดยหลังจากที่ภาครัฐมีการขยับกรอบการตรึงราคาน้ำมันดีเซลจากเดิมไม่เกิน 30 บาท/ลิตร เป็น 33 บาท/ลิตร โดยอยู่ระหว่างการทยอยปรับขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถปรับตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งภาคอุตสาหกรรมประเมินว่า หากราคายังไม่เกินระดับดังกล่าว ธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการได้

ทั้งนี้ ส.อ.ท. ประเมินแนวโน้มราคาสินค้าไทย ภายใต้ความไม่แน่นอนของสงครามและราคาน้ำมัน แบ่งเป็น 3 ฉากทัศน์หลัก ได้แก่ กรณีฉากทัศน์ที่หนึ่ง หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 1–2 บาทต่อลิตร จะถือเป็นการปรับขึ้นในระดับต่ำ โดยผลกระทบจะอยู่ในวงจำกัด ต้นทุนด้านการขนส่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 3–5% ส่งผลให้ราคาสินค้าโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อก็คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SMEs อาจเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านกำไรมากขึ้น

ภาพประกอบข่าว ราคาน้ำมันดันต้นทุนสินค้าพุ่ง ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ มี.ค. ส่อทรุด

สำหรับฉากทัศน์ที่สอง หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 2–4 บาทต่อลิตร ผลกระทบจะขยายตัวในวงกว้างมากขึ้น โดยคาดว่าต้นทุนด้านการขนส่งจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 5–12% ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและบริการในหลายภาคส่วนปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) อาจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 4 บาทต่อหน่วย จากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นราว 3–5%

เริ่มเห็นแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับ 0.5–1.0% ภาคธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอี จะเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม เซรามิก ปูนซีเมนต์ เยื่อกระดาษ และเคมี จะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนพลังงานคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 35–50% ของต้นทุนการผลิต ภาพรวมถือเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อจากต้นทุน

ภาพประกอบข่าว ราคาน้ำมันดันต้นทุนสินค้าพุ่ง ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ มี.ค. ส่อทรุด

และฉากทัศน์ที่สาม หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 บาทต่อลิตร จะถือเป็นระดับที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรง ในลักษณะใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามรัสเซีย–ยูเครนในปี 2565–2566 ซึ่งราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงถึง 120–140 เหรียญต่อบาร์เรล ในช่วงดังกล่าวรัฐบาล ตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 34.94 บาท ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบสูงสุดถึง 132,671 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2565

อย่างไรก็ตาม ระดับราคาน้ำมันดังกล่าวยังคงส่งผลทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 15–20% ขณะที่ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ปรับสูงขึ้นถึง 5.16 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ภาพรวมราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นราว 6–8% และทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6% สะท้อนถึงผลกระทบในวงกว้างต่อค่าครองชีพและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ

ภาพประกอบข่าว ราคาน้ำมันดันต้นทุนสินค้าพุ่ง ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ มี.ค. ส่อทรุด

ประธานส.อ.ท กล่าวอีกว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 95.9 ในเดือนม.ค.2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผลผลิตทางการเกษตรที่ทยอยออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ และขนุน คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ของเกษตรกร และกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจภูมิภาค การขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐภายใต้รัฐบาลใหม่ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การลงทุน และการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างประเทศ จากการใช้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ มาตรการภาษีของสหรัฐฯอาทิ มาตรา 201 มาตรา 232 มาตรา 301 และมาตรา 338 อาจส่งผลกดดันต่อการค้าโลก การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ยังคงเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อทิศทางราคาพลังงานโลก และบรรยากาศการค้าในตลาดโลกในระยะต่อไป

 

อ่านข่าว:

เชื่อแค่ยิงเตือน! แนะผู้ส่งออกเพิ่มความระวัง หลังเรือสินค้าไทยถูกโจมตี สรท.ชี้หวั่นกระทบอาหารสด

สรท. จับมือ EXIM BANK ช่วยผู้ส่งออกไทย รับมือปิดช่องแคบฮอร์มุซ

“บาทแข็ง” ดันข้าวไทยแพงสุดในโลก ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้เหลือ 7 ล้านตัน ต่ำสุดรอบ 5 ปี