กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 32.60-33.40 บาทต่อดอลลาร์

เศรษฐกิจ
14:25
จำนวนผู้ชม 593
กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 32.60-33.40 บาทต่อดอลลาร์
กรุงศรีฯ คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.60-33.40 บาทต่อดอลลาร์ ชี้นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง-อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ

วันนี้ (23 มี.ค.2569) กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ ว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-33.40 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.72 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.26-32.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ หลังจากธนาคารกลางหลักนอกสหรัฐฯ ส่งสัญญาณความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อมากขึ้น

ขณะที่เหตุการณ์โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง ตอกย้ำความเสี่ยงต่อภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานที่รุนแรงและยาวนาน ควบคู่กับการปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ พัฒนาการดังกล่าวบดบังความสนใจของตลาดที่มีต่อการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งคงดอกเบี้ยไว้ในช่วง 3.50-3.75% ตามคาด โดยประธานเฟดเน้นย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของช็อกด้านราคาพลังงานต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75%, 3.75% และ 2.00% ตามลำดับ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 3,216 ล้านบาท และ 6,913 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เป็นสำคัญ โดยประธานเฟดระบุว่า ต้องการเห็นความคืบหน้าในการปรับตัวลงของเงินเฟ้อในปี 2569 เป็นเงื่อนไขเพื่อลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายของเฟด

แม้ค่ากลาง Dot Plot ชุดล่าสุดยังคงยึดตามแผนเดิมที่จะลดดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ และเฟดประเมินว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีความเสี่ยงด้านขาลง ทำให้เฟดต้องชั่งน้ำหนักความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม มองว่าหากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อไป เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย รวมถึงเงินบาท ซึ่งถูกแรงกระแทกจากทั้งราคาน้ำมันและทองคำ

ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลการค้าเดือน ก.พ.ของไทย โดยรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า ผลกระทบเชิงลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจมากถึง 0.7% หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อไปถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ขณะที่การรักษาเสถียรภาพทางการเงินยังคงจำเป็น โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ 1.00% ถือว่าอยู่ในระดับผ่อนคลายอย่างเหมาะสม

อ่านข่าว

พาณิชย์ เข้มกำกับราคา 59 สินค้าควบคุม ส่งทีมลุยตรวจ 23-25 มี.ค.นี้

ราคา “ทองคำ”เปิดตลาด -1,850 บาท ฉุด “ทองแท่ง” ขายออกเหลือ 68,900 บาท  

กกพ.เปิดแนวโน้มค่าไฟรอบใหม่ พ.ค.-ส.ค. อาจพุ่งแตะ 4.59 บาท/หน่วย