ประจักษ์วิเคราะห์ : ปมเด้งอธิบดีฝนหลวงไม่จบ ปมการเมืองแทรกแซง-ผิดจริยธรรม

การเมือง
14:32
จำนวนผู้ชม 1,310
ประจักษ์วิเคราะห์ : ปมเด้งอธิบดีฝนหลวงไม่จบ ปมการเมืองแทรกแซง-ผิดจริยธรรม

เหมือนพยายามจะบอกว่า ยอมรับคำสั่งโยกย้าย แต่ในอีกมุมหนึ่ง นายราเชน ศิลปะรายะ ก็เสมือนดับเครื่องชน หลังเจอคำสั่งเด้งจากอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ไปเป็นผู้ตรวจฯ

เพราะระบุชัด ก่อนถูกคำสั่งย้าย มีบุคคลอ้างเป็นหลานคนระดับ "บิ๊ก" ในวงการเมืองติดต่อขอเข้าพบหลายครั้ง แต่ตนมีภารกิจติดเรื่องแก้ไฟป่าและพีเอ็ม 2.5 จึงไม่ได้ให้พบ ต่อมาเมื่อรับนัด แต่เจ้าตัวไม่ได้มาเอง กลับส่งตัวแทนมาพบ อ้างว่าต้องการพูดคุยเรื่องงบซ่อมอากาศยาน หมายถึงเครื่องบินของกรมฝนหลวงฯ

นอกจากนี้ ในหนังสือลาออก ที่ส่งถึงปลัดกระทรวงเกษตรฯ ยังระบุชัดถึงสาเหตุการลาออกว่า ไม่สามารถสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้

จุดกระแสร้อนทันควัน เพราะสะท้อนว่า มีที่มาที่ไปของคำสั่งย้าย เนื่องจากไม่ยอมทำตามความต้องการของหลานผู้ใหญ่ระดับ "บิ๊ก" คนดังกล่าว ทั้งยังไม่ยอมสนองตอบ เรื่องจัดทำงบประมาณ ปี 70 ของ กรมฝนหลวงฯ

ถือเป็นการแทรกแซง ใช้อำนาจบารมีข่มขู่ข่มเหงรังแกข้าราชการ ขัดรัฐธรรมนูญ และประมวลจริยธรรมนักการเมือง 2564

ก่อนจะได้เห็นการโร่ชี้แจงของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีเกษตรฯ ต้นสังกัดของกรมฝนหลวงฯ ที่อ้างคำพูดการไปออกรายการทีวีของนายเราเชนว่า เพราะหลานของตนขอนัดพบแล้วไม่ได้พบ เพราะติดภารกิจไฟป่า ซึ่งเป็นเรื่องเล็กมาก สามารถนัดใหม่วันหลังได้ แล้วทำไมต้องไปสั่งย้าย

ทั้งไล่ให้ไปถามข้าราชการในหลายกระทรวงที่ตนเคยเป็นรัฐมนตรี เคยใช้อำนาจโยกย้าย สร้างความไม่พอใจให้ข้าราชการหรือไม่

แนวทางดังกล่าว ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นลีลานักการเมืองระดับ "เก๋าเกม" ที่มักจะอ้างถึง หรือนำมาเป็นเหตุผลอธิบาย เมื่อมีเรื่องที่กระทบมาถึง แต่จะเพียงพอหรือมีน้ำหนักหักล้างประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัยหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ในทางกลับกัน สำหรับข้าราชการแล้ว อนาคตจะก้าวหน้าหรือต้องถดถอย อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาและนักการเมืองเป็นสำคัญ หากไม่ตอบสนอง ย่อมรู้ดีว่า จะได้ผลเช่นไร อย่าว่าแต่ข้ออ้างรู้จัก "ผู้ใหญ่" แต่ในกรณีนี้ ยังอ้างเป็นถึงหลานคนระดับบิ๊กในรัฐบาลอีกต่างหาก

แม้บริบททางการเมืองปัจจุบันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ความคิดแบบ”อำนาจนิยม” ของฝ่ายการเมือง ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ายังคงอยู่ มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะมีจิตสำนึก หรือยอมรับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปมากแค่ไหน

ขณะที่รัฐบาลชุดหลังๆ รวมทั้งรัฐบาล "อนุทิน 2" ได้ประกาศให้ความสำคัญกับเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เป็นคนพูดเองว่า ต้องยึดมาตรฐานคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และ (5) ไม่ประพฤติตน ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม อย่างร้ายแรง

เรื่องปมจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ และประมวลจริยธรรมนักการเมือง 2564 จึงเป็นเรื่องสำคัญ และต้องให้น้ำหนัก นายราเชน ยังอาจถูกมองว่า อยู่คนละสายกับพรรคเพื่อไทย ที่เข้ามาคุมกระทรวงเกษตรฯ เพราะนายราเชน ได้เป็นอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ในสมัย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมคนปัจจุบัน เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ

จึงถูกเชื่อมโยงว่าเป็นคนของพรรคกล้าธรรม แม้นายราเชนจะปฏิเสธว่าไม่ใช่คนของพรรคการเมืองใด แต่การพร้อมเดินหน้า และเข้าร้องเรียนเรื่องนี้กับพรรคกล้าธรรม จึงยิ่งมีความชัดเจนถึงความสัมพันธ์

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีความน่าสนใจว่า เรื่องนี้จะไปต่ออย่างไร จะมี "นักร้อง" ขานรับขยายผลต่อ หรือนายราเชนในฐานะผู้ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองชัดเจน จะเดินหน้าเองหรือไม่

รวมทั้งพรรคการเมืองฝ่ายค้าน อย่างพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าไปมีส่วนอย่างไร

ปลายทางสุดท้าย จะไปต่อถึงขั้นผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือจะไปถึงเรื่องตัดสิทธิ์การเมือง หรือถึงขั้นยื่นยุบพรรคการเมืองหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้ ได้ก่อให้เกิดข้อสงสัยจากประชาชนทั่วไป เรื่องฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงครอบงำข้าราชการประจำไปเรียบร้อยแล้ว

ท่ามกลางกระแส มีความพยายามจะเคลียร์เรื่องนี้ให้จบโดยเร็ว ผ่านอดีตสส.หลายสมัย "บ้านใหญ่" อดีตนายกฯ อบจ.จังหวัดใหญ่ในภาคอีสาน ที่นายราเชนเคารพนับถือ

"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว

"ราเชน" เลื่อนร้องปมถูกย้าย ยันไม่ใช่เด็กใคร ลาออกรักษาศักดิ์ศรี

นายกฯ โยนถาม "สุริยะ" ปมอธิบดีกรมฝนหลวงลาออก หลังถูกย้ายนั่งผู้ตรวจราชการ

อธิบดีฝนหลวงฯ ดับเครื่องชน นักวิชาการชี้เสี่ยงผิดจริยธรรมการเมือง