อธิบดีฝนหลวงฯ ดับเครื่องชน นักวิชาการชี้เสี่ยงผิดจริยธรรมการเมือง

การเมือง
09:27
จำนวนผู้ชม 1,958
อธิบดีฝนหลวงฯ ดับเครื่องชน  นักวิชาการชี้เสี่ยงผิดจริยธรรมการเมือง
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์เปิดเบื้องลึกกรณี "อธิบดีฝนหลวงฯ" เดินหน้าชนประเด็นการเมือง เผยมีข้อมูลครบทุกเหตุการณ์ ชี้ปมเชื่อมโยงบุคคลใกล้ชิดรัฐมนตรี อาจเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง สะเทือนสมดุลอำนาจในรัฐบาล

วันนี้ (30 เม.ย.2569) รศ.ดร.ธนพร ศรียากุล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ในรายการมุมการเมือง ไทยพีบีเอส ถึงกรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองในขณะนี้

รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่องจริยธรรม ที่อาจเกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของสมาชิกรัฐสภาและฝ่ายค้าน ว่าจะเข้ามาตรวจสอบหรือไม่

ในส่วนของเบื้องหลังเหตุการณ์ รศ.ดร.ธนพร มองว่า ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่เป็นกรณีที่อธิบดีออกมาเปิดเผยข้อมูลด้วยตนเอง โดยระบุว่า มีบุคคลพยายามติดต่อขอเข้าพบ แต่ถูกปฏิเสธ และบุคคลดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับรัฐมนตรีรายหนึ่ง ทำให้ประเด็นนี้ถูกจับตามองอย่างหนัก

ไม่ใช่การเตะตัดขาหรอก จากเหตุผลของอธิบดีที่ออกมาชน เขาตรงไปตรงมาว่า มีคนมาติดต่อขอพบแต่ไม่ให้พบ และคน ๆ นั้นเชื่อมโยงกับ รมต.สุริยะ (สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ) ออกมาหน้านี้จะคิดเป็นอื่นได้ไง เดี๋ยวต้องไปดูวัน เพราะอธิบดีเก็บข้อมูลไว้หมดแล้วว่าวันไหนใครทำอะไรใครไปพบ เช่น ไปพบหลังจากมีข่าวรู้แน่แล้วว่าเพื่อไทยจะได้ กระทรวงเกษตร

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า อธิบดีได้เก็บข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวันเวลา บุคคลที่เข้าพบ และบริบททางการเมืองในช่วงนั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการตรวจสอบในอนาคต

สำหรับผลกระทบทางการเมือง รศ.ดร.ธนพร เห็นว่า หากข้อเท็จจริงเข้าข่ายผิดจริยธรรมตามข้อ 8 อาจกระทบต่อสถานะของรัฐมนตรี และส่งแรงกระเพื่อมต่อสมดุลอำนาจภายในพรรคการเมือง เนื่องจากตำแหน่งมีจำกัดและมีการแข่งขันสูง

ราเชนอาจจะยังพูดไม่หมดก็ได้ มันเสี่ยงจะเข้าจริยธรรมข้อ 8 ภายในพรรคเพื่อไทยเก้าอี้มีน้อย ถ้าสุริยะมีอันเป็นไป มันจะกระทบกระเทือนดุลอำนาจ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องความเหมาะสม ของการเชิญข้าราชการไปหารือเรื่องงบประมาณ ซึ่งแม้ไม่ผิดหลักการ แต่สถานที่และช่วงเวลาอาจกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายและจริยธรรมได้ โดยเฉพาะหากยังไม่ผ่านขั้นตอนถวายสัตย์และแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการ

"โดยหลักการไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่สถานที่ที่เชิญไปมันควรเป็นสถานที่ราชการ มันไม่ใช่สถานที่ซึ่งเป็นสำนักงาน ไป ๆ มา ๆ มันจะกลายเป็น ถ.วิภาวดีรังสิต หรือเปล่า หากเป็นแบบนั้นมันจะพาดพิงสำนักงานแห่งนั้น เผลอ ๆ ถึงร้องยุบพรรค นี่คือเรื่องใหญ่เพราะเป็นการแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำของพรรค ไปดูประมวลจริยธรรมข้อ 8 ดูก็ได้ เรื่องนี้องค์ประกอบมันครบ รมต.จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อเมื่อถวายสัตย์และแถลงนโยบาย คำถามคือวันที่เขาไปพร้อมกับอธิบดีกับอีก 4-5 กรม ได้แถลงนโยบายหรือยัง" รศ.ดร.ธนพร กล่าว

รศ.ดร.ธนพร ยังประเมินว่า การที่อธิบดีออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะดับเครื่องชนนั้น น่าจะเป็นการตัดสินใจด้วยตนเองมากกว่าการมีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง พร้อมระบุว่า การยื่นใบลาออกและการเตรียมเกษียณอายุราชการ สะท้อนถึงท่าทีที่พร้อมรับผลกระทบ

ขณะเดียวกัน รศ.ดร.ธนพร ยังได้ตั้งข้อสังกตุว่า อธิบดีราเชน มีการเก็บหลักฐานมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ รวมถึงกรณีร้องเรียนต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้น และอาจมีหลักฐานเพิ่มเติม เช่น คลิปเสียงหรือข้อมูลอื่น ที่จะถูกเปิดเผยในอนาคต

ทั้งนี้ รศ.ดร.ธนพร ยังเรียกร้องให้ฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยชี้ว่า หากปล่อยผ่านอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน พร้อมย้ำว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมและข้อเท็จจริงที่ต้องได้รับการตรวจสอบ

"เป็นสิ่งที่ทำได้ ราเชนเปิดหน้าแบบนี้ต้องมั่นใจว่าหลังไม่มีแผล ถ้าจะมีใครไปขุดอะไรก็เอาที่สบายใจ เพราะในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วมันเป็นประโยชน์กับประชาชน สภาเองก็ตรวจสอบทั้งสองทางได้ เพียงแต่ทรงของประทวลจริยธรรม ผมว่าสุริยะครบองค์ประกอบไปเรียบร้อยแล้ว สภาหรือนักร้องก็อาจกำลังลับมีดรอก็ได้" รศ.ดร.ธนพร กล่าวในที่สุด

อ่านข่าว

ฟ้าผ่ากลางแดด “ราเชน” เปิดใจ ปมถูกเด้งพ้น อธิบดีกรมฝนหลวงฯ

สอบผู้ต้องหาเรียกเงิน "รองอธิบดีฝนหลวง" อ้างทำตามคำสั่งนายเก่า