" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news04082012/102633-imagejpeg-150278.jpg
มณฑลฝูเจี้ยน, เจียงซู, เจ้อเจียง และชานตงของประเทศจีนได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น "ซาวลา" และ "ดอมเรย์" อิทธิพลของพายุทำให้ต้นไม้หักโค่น, กำแพงบ้านพังถล่มและมีฝนตกหนัก ประชาชนประมาณ 870,000 คนต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิง และตอนนี้พายุไต้ฝุ่นดอมเรย์ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ขณะที่พายุไต้ฝุ่นซาวลาอ่อนกำลังลงเช่นกัน แต่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของจีน คาดว่าพายุโซนร้อนลูกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นมีชื่อว่า "ไฮกุอิ" อาจจะพัดขึ้นชายฝั่งประเทศจีนในวันพรุ่งนี้
ส่วนที่ประเทศอินเดีย หลายพื้นที่กำลังเผชิญวิกฤตภัยแล้งรุนแรง แม้ว่าขณะนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมแล้ว แต่ยังไม่มีฝนตก สำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าช่วงฤดูมรสุมปีนี้ซึ่งอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนจะมีฝนตกเพียงร้อยละ 10 น้อยกว่าปริมาณปกติในช่วงเดียวกันของทุกปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตการเกษตร ทำให้เกษตรกรหลายล้านคนต้องเผชิญกับความยากลำบาก
ภัยแล้งที่เกิดขึ้นยังทำให้ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มสูง เนื่องจากเกษตรกรต้องระดมเดินเครื่องสูบน้ำเข้านาเพื่อไม่ให้ต้นข้าวตาย ซึ่งก็อาจทำอินเดียต้องเผชิญวิกฤตพลังงานไฟฟ้าอีกครั้ง หลังจากเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะเผชิญวิกฤตไฟฟ้าดับครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ สร้างความโกลาหลให้กับประชาชนกว่า 600 ล้านคน
แต่ในรัฐหิมาจัลประเทศกลับมีฝนตกหนักอย่างกะทันหัน แม้ว่าฝนตกเพียงไม่กี่นาที แต่สร้างความเสียหายอย่างหนัก กระแสน้ำที่เชี่ยวกราก และระดับน้ำแม่น้ำที่สูงกว่าปกติร้อยละ 200 ทำให้สะพาน 2 แห่งได้รับความเสียหาย ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ยังเกิดดินถล่ม และทำให้พื้นที่ที่อยู่ริมแม่น้ำถูกกัดเซาะ
มีรายงานว่าโรงเรียน และโรงไฟฟ้าพลังน้ำถูกกระแสน้ำพัดหายไปกับกระแสน้ำ นอกจากนี้ น้ำท่วมฉับพลันยังส่งผลกระทบจนต้องปิดทางหลวง "จันติการ์ห - มานาลี" ตำรวจในพื้นที่ และหน่วยกู้ภัยต้องออกไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้
