"ดีเอสไอ" ตรวจสอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จ.สกลนคร

ภูมิภาค
01:43
จำนวนผู้ชม 27
Thai PBS
"ดีเอสไอ" ตรวจสอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จ.สกลนคร

กรมการค้าภายในตรวจสอบสต็อกข้าวโรงสีทั้ง 9 แห่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี เพื่อป้องกันการทุจริตด้วยการลักลอบนำข้าวด้อยคุณภาพมาสวมสิทธิ์ ขณะที่วันนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่จังหวัดสกลนคร

เกษตรกรทั้ง 146 คน จากอำเภอพรรณานิคม อากาศอำนวย และโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร หลังนำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ที่ลานรับซื้อกลุ่มเกษตรกรช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม ซึ่งถูกลูกจ้างองค์การคลังสินค้า หรือ อคส. และตัวแทนเกษตรกรรวม 3 คน ร่วมกันทุจริต ด้วยการลดค่าความชื้น ลดน้ำหนักข้าว และออกใบประทวนปลอม ทำให้ อคส. และผู้ประกอบการโรงสีได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่า 1,600,000 บาท

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สอบปากคำ และตรวจเอกสารหลักฐาน ทำให้เชื่อได้ว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังมีเจ้าหน้าที่ของ อคส. และเกษตรกรบางกลุ่มร่วมกันสวมสิทธิเกษตรกร และปลอมแปลงเอกสาร จนทำให้ภาครัฐเกิดความเสียหาย ซึ่งจะขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดนอกเหนือจากผู้ต้องหา 3 คน ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีก่อนหน้านี้

ปัญหาการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบ เพื่อป้องกันปัญหา เช่นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ชุดสายตรวจเฉพาะกิจ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำข้าวระดับจังหวัดบุรีรัมย์ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างข้าวเพื่อส่งไปทดสอบคุณภาพ พร้อมตรวจปริมาณข้าวในโกดังกลางทั้ง 9 แห่ง ในเขตอำเภอเมือง และอำเภอประโคนชัย ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูการผลิตปี 2554/2555 ว่าครบตามจำนวนที่ลงบัญชีไว้หรือไม่ เพื่อป้องกันการทุจริตด้วยการลักลอบนำข้าวด้อยคุณภาพมาสวมสิทธิ์ แต่ไม่พบความผิดปกติ

ส่วนการแก้ปัญหาการทุจริตนั้น วันนี้ เป็นวันแรกที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได่ส่งตำรวจเข้าประจำโรงสี จุดรวมข้าว และโกดังข้าวทั่วประเทศจุดละ 5 นาย เพื่อป้องกันการทุจริตไปจนถึง15 กันยายน 2555 จากการสำรวจโรงสีบางแห่งในพื้นที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ระบุว่าภารกิจดังกล่าวเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องเข้ามาดูแลขั้นตอนรับจำนำ เช่น การวัดน้ำหนัก ตรวจความชื้น เพื่อไม่ให้โรงสีเอาเปรียบเกษตรกร แต่กลับพบปัญหาว่าตำรวจส่วนใหญ่ที่เข้าไปประจำจุดยังไม่เข้าใจขั้นตอนการรับจำนำ

ขณะที่โรงสีส่วนใหญ่พร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่เข้ามาประจำโรงสี เพื่อตรวจสอบความโปร่งใส แต่การเข้าทำหน้าที่วันแรกทำให้เจ้าของโรงสีและเกษตรกรบางรายตกใจ และสงสัยกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากไม่มีการแจ้งล่วงหน้า