" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news19112012/127015-imagepng-186257.png
มูลค่าทางเศรษฐกิจของธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ประมาณ 2,900,000 ทั่วประเทศ มีมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านล้านบาท หรือ ร้อยละ 37 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ขณะนี้ประสบปัญหาความสามารถการแข่งขันลดลง รวมถึงต้นทุนสูงขึ้นจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ทั่วประเทศต้นปีหน้า
ในงานประชุมทิศทางส่งเสริมเอสเอ็มอี รองศาสตราจารย์ กิตติ ลิ่มสกุล จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แม้จะมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ แต่ผลผลิตของหลายโรงงานจะไม่เพิ่ม เนื่องจากใช้แรงงานไร้ฝีมือ โดยเฉพาะโรงงานตามแนวชายแดน พร้อมระบุว่าเอสเอ็มอีขณะนี้ยังขาดการนำนวตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิต
ทั้งนี้เชื่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี จะส่งผลดีต่อเอสเอ็มอีที่ต้องการย้ายฐานลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากได้เปรียบด้านทักษะและความรู้
ด้านนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่ากระทรวงได้ให้ความช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี และผู้ผลิตสินค้าโอทอป ที่ผลกระทบการปรับค่าแรงในสองเรื่อง ได้แก่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ รวมถึงการปรับกระบวนการคิดของผู้ประกอบการ
สำหรับในเย็นวันนี้คณะทำงานของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนสามสถาบัน หรือ กกร. จะหารือร่วมกัน เพื่อสรุปมาตรการเยียวยาธุรกิจเอสเอ็มอี ที่จะขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ โดยมี 27 มาตรการ ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานกำลังพิจารณา
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สภาพัฒน์ ประเมินปรับลดประมาณการณ์ขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปี เหลือร้อยละ 5.5 และปีหน้าเศรษฐกิจไทยอาจจะขยายตัวเพียงร้อยละ 4.5-5.5
