ภาคตะวันออกของจีนเผชิญภัยแล้ง
ไต้ฝุ่นซงด่าพัดขึ้นฝั่งเกาะคิวชู เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น ด้วยความเร็วลม 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาต้องประกาศเตือนภัยดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง ความรุนแรงของพายุ ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ประชาชน 278,000 คน ไม่มีไฟฟ้าใช้ และมีรายงานผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 58 คน อิทธิพลของพายุยังทำให้ฝนตกทั่วเกาะญี่ปุ่นรวมทั้งกรุงโตเกียว ขณะที่สายการบินในประเทศ ยกเลิกเที่ยวบินสู่จังหวัดคาโกะจิมะ บนเกาะคิวชู ซึ่งได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นหนักที่สุด
มีรายงานว่าพายุไต้ฝุ่นซงด่าลดความเร็วลมจนอยู่ในระดับดีเปรสชั่น และพัดขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ สู่กรุงโตเกียว คาดว่าจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ท่ามกลางความกังวลว่า หากพายุพัดสู่พื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ อาจจะทำให้การปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีกระจายออกไปสู่อากาศและน้ำ เนื่องจากอาคารครอบเตาปฏิกรณ์ยังเสียหายจากการระเบิดของไฮโดรเจนเมื่อ 2 เดือนก่อน ส่งผลให้กัมมันตภาพรังสีกระจายตัว และปนเปื้อนลมฝนได้ง่ายกว่า
แต่สำหรับประเทศจีนพื้นที่ภาคตะวันออกเผชิญกับภัยแล้วอย่างหนัก เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำแยงซีลดต่ำจากระดับต่ำสุดในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 30 เซนติเมตร เช่นเดียวกับแม่น้ำสาขาและทะเลสาบธรรมชาติ ที่แทบไม่มีน้ำเหลือ ชาวนาชาวไร่ในมณฑลเจียงซูแทบไม่มีแหล่งน้ำไว้ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าฝนจะตกเร็วที่สุดในช่วงกลางเดือนมิถุนายน
ทางการจีนใช้มาตรการเร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนด้วยการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนสามผาลงสู่แม่น้ำแยงซีตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม เพื่อบรรเทาภัยแล้งครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 60 ปี ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ 5 มณฑลที่กำลังแล้งจัด คือหูเป่ย, หูหนาน,อันฮุย, เจียงซี และเจียงซู ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกราว 3.7 ล้านไร่
นับตั้งแต่ต้นปีมีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนสามผาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนลดระดับจาก 175 เมตร เหลือ 150.9 เมตร โดยคาดว่าน้ำในเขื่อนจะลดลงจนอยู่ที่ระดับ 145 เมตร ในการระบายน้ำเพื่อบรรเทาภัยแล้งในวันสุดท้าย คือวันที่ 10 มิถุนายน
