ผู้ประสบภัยจาก
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้เสียชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังและกองต้นไม้ที่หักโค่น หลังจากพายุไต้ฝุ่นโบพาพัดถล่มเกาะมินดาเนา ของฟิลิปปินส์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน และสูญหายอย่างน้อย 500 คน ขณะที่การกู้ภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะถนนถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วมและดินถล่ม เต็มไปด้วยก้อนหิน ท่อนไม้และโคลน ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ประสบภัยยากมากขึ้น
ส่วนผู้ประสบภัยกว่า 392,000 คนต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงซึ่งอยู่กันอย่างแออัด ต้องนอนบนพื้นคอนกรีตของโรงเรียนห้องละ 80 คน ขณะที่อาหารและน้ำเริ่มขาดแคลน ประชาชนจึงต้องพึ่งความช่วยเหลือของรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้ประกาศให้พื้นที่ประสบภัยเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว และสั่งการให้เร่งส่งความช่วยเหลือให้ถึงประชาชน พร้อมทั้ง ให้เจ้าหน้าที่ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมบ้านเรือน เพราะมีบ้านกว่าร้อยละ 97 ที่พังพินาศหรือไม่มีหลังคา
ขณะที่นานาชาติส่งความช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัย เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐฯ และอาเซียน อีกทั้ง เลขาธิการสหประชาชาติส่งสารแสดงความเสียใจถึงญาติผู้ประสบภัยจากไต้ฝุ่นโบพาด้วย
ส่วนที่ญี่ปุ่นประชาชนยังหวาดผวา หลังเกิดแผ่นดินไหวซ้ำที่เดิมที่จังหวัดมิยาหงิ เมื่อวานนี้(7ธ.ค.55) ซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.3 ริกเตอร์ และแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงกรุงโตเกียว แม้คุณตาชิเกโอะ โอกัตสึ ซึ่งยังอาศัยในบ้านชั่วคราว บอกว่าไม่กลัวเลย เพราะผ่านประสบการณ์แผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง แต่โนริโกะ ซูซูกิ บอกว่าเธอกลัวมากและวิ่งหนีขึ้นที่สูงทันทีที่มีเสียงเตือนภัยสึนามิ เพราะภาพแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วยังคงติดตาอยู่
ส่วนการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงโดฮาของกาตาร์ปิดฉากลงแล้ว โดยไม่มีผลลัพธ์ที่ชัดเจน แม้มีผู้แทนเข้าร่วมการหารือกว่า 200 ประเทศ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะประเทศยากจนและประเทศร่ำรวยยังคงถกเถียงกันเรื่องเดิมๆ เกี่ยวกับเงินทุนช่วยเหลือประเทศยากจนปีละ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.1 แสนล้านบาท ภายในปี 2563 ซึ่งประเทศร่ำรวย เช่น สหรัฐฯ กลุ่มสหภาพยุโรป และญี่ปุ่นต่างเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ และไม่ขอหารือในรายละเอียดของความช่วยเหลือในเวทีประชุมนี้
ขณะที่ข้อตกลงต่ออายุพิธีสารเกียวโตที่จะหมดอายุในสิ้นปีนี้ ก็ยังมีไม่มีความชัดเจนเช่นกัน ว่าจะดำเนินการต่อไปเพื่อปูทางไปสู่การร่างข้อตกลงใหม่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในปี 2558 และมีผลบังคับใช้ภายในปี 2563 ได้อย่างไร
