กดดันนายกฯ ญี่ปุ่นลาออก
นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นถูกฝ่ายค้านกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ภัยพิบัติธรรมชาติ รวมถึงวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คาดว่าวันพรุ่งนี้ รัฐสภาญี่ปุ่นจะลงมติไม่วางใจนายกรัฐมนตรี
นายซาดากาซึ ทานิกากิ (Sadakazu Tanigaki) หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน เรียกร้องกลางที่ประชุมสภาให้นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง เพราะบริหารงานล้มเหลว แต่นายคังระบุว่า ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลและฝ่ายค้านทำงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูประเทศ และแก้ไขวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ดังนั้นตัวเขาในฐานะนายกรัฐมนตรี ยังคงมีหน้าที่ต้องตอบสนองความต้องการของประชาชน
อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์กันว่า วันพรุ่งนี้ (2 มิ.ย.) รัฐสภาของญี่ปุ่นจะลงมติไม่ไว้วางใจนายนาโอโตะ คัง ซึ่งนอกเหนือจากพรรคฝ่ายค้านแล้ว คาดว่าจะมีสมาชิกของพรรครัฐบาลบางคนลงคะแนนไม่ไว้วางใจนายคังเช่นเดียวกัน แต่นักวิเคราะห์มองว่า นายคังอาจจะรอดพ้นจากการลงมติไม่ไว้วางใจ เนื่องจากพรรครัฐบาลครองเสียงข้างมากในสภา แต่การที่สมาชิกในพรรคมีความเห็นแตกต่าง อาจทำให้เกิดความแตกแยกภายในพรรครัฐบาล
ขณะที่รายงานของผู้เชี่ยวชาญจากทบวงพลังงานปรมาณูสากล (IAEA) ระบุว่า การวางแปลนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ไม่ได้คำนึงถึงอันตรายจากคลื่นสึนามิอย่างเพียงพอ กลายเป็นจุดอ่อนของโรงไฟฟ้า ส่วนการประเมินวิธีรับมือกับวิกฤตของบริษัทเทปโก้ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ถือว่ารับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงขั้นใช้เป็นแบบอย่างได้ แต่ IAEA มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม คือควรตั้งศูนย์รับมือเหตุฉุกเฉินขั้นร้ายแรง เพื่อรับมือกับวิกฤตที่เกิดจากอุบัติเหตุในลักษณะนี้โดยเฉพาะ
