"ตร.ยะลา" เฝ้าระวังตัวเมือง หลังหน่วยข่าวเตือนอาจมีการลอบวางระเบิด

ภูมิภาค
06:41
จำนวนผู้ชม 59
Thai PBS
"ตร.ยะลา" เฝ้าระวังตัวเมือง หลังหน่วยข่าวเตือนอาจมีการลอบวางระเบิด

ตำรวจจ.ยะลาสั่งคุมเข้มเขตตัวเมืองยะลา หลังหน่วยข่าวเตือนให้ระวังกระบะต้องสงสัยมีผู้หญิงเป็นคนขับประกอบวัตถุระเบิดเข้าก่อเหตุในเขตเมืองแล้ว ขณะเดียวกันที่จ.ปัตตานี เมื่อช่วงเช้าเกิดเหตุลอบวางระเบิดทหารชุดคุ้มครองครู 2 จุด โดยจุดที่ 2 กลุ่มผู้ก่อเหตุวางไว้ในโรงเรียน ทำให้ทหารบาดเจ็บ 2 นาย

หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าเก็บชิ้นส่วนระเบิดที่บริเวณศาลาพักภายในโรงเรียนบ้านเกาะตา ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี หลังเกิดระเบิด ขณะที่พลทหารภัทรพรรค แก้วชู และพลทหารบรรหาร รักษาควน ทหารชุดเฉพาะกิจปัตตานี 24 ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยครูในโรงเรียน แรงระเบิดทำให้ทหารทั้ง 2 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการตรวจสอบพบว่า ระเบิดที่กลุ่มผู้ก่อเหตุนำมาวางไว้ เป็นวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม บรรจุในกล่องเหล็ก ซึ่งแอบนำมาวางไว้บริเวณศาลา จุดที่ทหารนั่งประจำทุกวัน แต่ระเบิดครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บ หลังเกิดเหตุทางโรงเรียนประกาศหยุดเรียนชั่วคราว

ส่วนระเบิดอีกจุดเกิดที่บริเวณหน้าสถานีอนามัยตะโล๊ะดือรามัน อ.กระพ้อ จ.ปัตตานี ขณะทหารร้อย ร.15322 ชุดเฉพาะกิจปัตตานี 25 จำนวน 6 นาย ขับรถลาดตระเวณเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยครู เมื่อถึงหน้าสถานีอนามัย กลุ่มผู้ก่อเหตุได้จุดชนวนระเบิดที่ฝังริมถนนใกล้ แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บเช่นกัน ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบซิมโทรสัพท์มือถือที่ใช้จุดชนวนจึงเก็บไว้ตรวจสอบ

ส่วนที่จ.ยะลาตลอดคืนที่ผ่านมา ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคง ตั้งด่านสกัดเส้นทางเข้าตัวเมืองยะลา และ บริเวณรอบนอก 8 อำเภอ เพื่อตรวจค้นกระบะต้องสงสัย หลังหน่วยข่าวกรอง เตือนให้ระวังเหตุลอบวางระเบิดในย่านชุมชนและย่านเศรษฐกิจ หลังมีกระบะอิซูซุสีบรอนซ์เทาหรือสีเงินไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียนประกอบวัตถุระเบิด มีผู้หญิงเป็นคนขับได้เข้าในเขตจังหวัดยะลา

ขณะที่จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลังทหารพราน, ทหารบกและตำรวจ ตรวจค้นรถกระบะและรถเก๋ง บนถนนสายอำเภอจะนะ ซึ่งเป็นเส้นทางวิ่งจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าสู่ตัวอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดไม่ให้รถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 5 คัน ที่หน่วยข่าวกรองแจ้งเตือนเข้าพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ขณะที่ในเขตเมืองย่านเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ได้คุมเข้มเช่นกัน

ที่กระทรวงยุติธรรม ขณะนี้มีหน่วยงานด้านบังคับใช้กฎหมาย ทั้งตำรวจ อัยการทหาร สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. หารือ แนวทางพิจารณา การบริการจัดการคดีโดยเฉพาะการใช้มาตรา 21 ใน พระราชบัญญัตความมั่นคง เพื่อดึงกลุ่มผู้เห็นต่างจากภาครัฐ มารายงานตัวและเข้ารับการอบรมแทนการถูกฟ้องคดี โดยจะมีการพิจารณาตั้งแต่ ตั้งแต่ขั้นตอนการตัดแยกประเภท จำนวน ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่จะนำเข้าสู่มาตรา21 การบริหารจัดการขั้นตอนดำเนินการทั้ง ก่อน ระหว่างและหลังไปจนถึงจบกระบวนการ