บช.น.สั่งคุมเข้มสถานที่สำคัญ 9 แห่ง รอบกทม. หลังเกิดเหตุระเบิด ซ.รามคำแหง 43/1

อาชญากรรม
04:16
จำนวนผู้ชม 95
Thai PBS
บช.น.สั่งคุมเข้มสถานที่สำคัญ 9 แห่ง รอบกทม. หลังเกิดเหตุระเบิด ซ.รามคำแหง 43/1

ตำรวจมุ่งประเด็นสาเหตุในเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 ไปที่ความขัดแย้งของผู้ค้า แต่มีรายงานว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาล สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานที่สำคัญ 9 แห่ง ที่อาจถูกก่อกวนในระยะนี้ พร้อมทั้งขอให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

หลังการหารือเพื่อเร่งคลี่คลายสาเหตุการวางระเบิดปากซอยรามคำแหง 43/1 ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 พ.ค.2556) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะผู้ดำเนินการด้านการสืบสวนในคดีนี้ ได้เพิ่มการตรวจสอบพื้นที่ในช่วงเวลากลางคืนให้รัดกุมมากขึ้น เบื้องต้นมีรายงานว่า มีคำสั่งให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกเครื่องแบบ เตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงรอบ กทม.ตลอด 24 ชั่วโมง รวม 9 จุด คือ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ สถานเอกอัครราชทูต บ้านพักประธานองคมนตรี บ้านพักนายกรัฐมนตรี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิบริเวณโดยรอบแยกราชประสงค์ ศูนย์การค้าหลายแห่งที่เป็นจุดสัญลักษณ์ รวมถึงทำเนียบองคมนตรี และบริเวณกระทรวงกลาโหม

ส่วนความคืบหน้าในการสืบสวนนั้น เบื้องต้นตำรวจให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งทางธุรกิจ หรือแผงค้าในย่านที่เกิดระเบิด แต่ยอมรับว่า ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการสร้างสถานการณ์

สำหรับความเห็นทางคดีของตำรวจ ไม่สอดคล้องกับความเห็นของผู้ค้าหลายคนในพื้นที่ ที่กล่าวว่า เหตุระเบิดไม่เชื่อมโยงกับปัญหาการเช่าพื้นที่ค้าขาย เพราะกลุ่มผู้ค้าทำสัญญากับทางกรุงเทพมหานครอย่างถูกต้อง ส่วนผู้ค้าที่ขายหน้าอาคารพาณิชย์ได้จ่ายค่าเช่ากับเจ้าของอาคารโดยตรง

ขณะที่การสืบสวนหลังจากนี้ ตำรวจเตรียมนำแฟ้มคดี เหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี 2549 มาเปรียบเทียบ พร้อมทั้งเร่งรวบรวมข้อมูลและวัตถุพยาน รวมถึงเร่งสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ เบื้องต้นเป็นการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานด้านการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจสันติบาล กองปราบปราม และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดหรือ อีโอดี

เบื้องต้น พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พลตำรวจเอกปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลด้านการสืบสวน และให้ พลตำรวจเอกวรพงษ์ ชิวปรีช่า รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลด้านความมั่นคง

สำหรับการดำเนินการสอบสวน ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะมีการตรวจสอบบ้านเช่า อพาร์ตเมนท์ ตรวจสอบบุคคลที่มีหมายจับเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ซึ่งจะมีการตรวจตราอย่างเข้มข้น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยน่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบเบื้องต้น 7 วัน พร้อมทั้งขอให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ช่วยแจ้งข้อมูลมายังคอลเซ็นเตอร์ 1599 อีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของเหตุระเบิดครั้งนี้ กับเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยระบุถึงความแตกต่างของการประกอบระเบิด ที่ใช้วัสดุและวิธีการที่แตกต่างจากที่ใช้ก่อเหตุในภาคใต้

สอดคล้องกับความเห็นของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และฝ่ายความมั่นคงที่เชื่อว่าเหตุระเบิดที่หน้าปากซอยรามคำแหงไม่น่าจะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในภาคใต้