" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news11072013/183371-imagejpeg-269870.jpg
นางนฤมล ศิริวัฒน์ เปิดเผยกับ ไทยพีบีเอสว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะทำให้ ปัญหาการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลคลี่คลายได้ ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายของ กกท.จะเป็นข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแรงขององค์กรณ์ที่ควบคุมกำกับสมาคมกีฬาของประเทศไทยว่ามีมากน้อยเพียงใด และจะสามารถต่อสู้กับอิทธิพลหรือการหยั่งรากลึกของคนในสื่อบางคนที่เข้ามามีบทบาทต่อกีฬาไทยได้มากน้อยเพียงใด
ขณะนี้วงการฟุตบอลไทยก็เหมือนกับวงการฟุตบอลในอีกหลายประเทศที่ยังไม่พร้อมด้านโครงสร้างของกฎหมาย ที่จะรับธรรมนูญของฟีฟ่ามาใช้ และธรรมนูญฟีฟ่าก็ยังไม่ได้บังคับใช้ในทุกประเทศสมาชิกด้วยซ้ำ ยิ่งวงการกีฬาไทยมี พ.ร.บ.กีฬา 2528 ที่กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขในสภาผู้แทนราษฎรก็ยิ่งต้องระวัง และเมื่อ พ.ร.บ.กีฬา 2528 ยังมีอำนาจในการบังคับใช้อยู่ กกท.ก็ต้องบังคับใช้ไปตาม พ.ร.บ.จะทำตามฟีฟ่าไม่ได้เพราะอยู่นอกประเทศและถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไทย สมาคมฟุตบอล รวมทั้งรักษาการนายกสมาคม และสภากรรมการก็จะเป็นคนผิด ซึ่งก็ไม่อยากให้เลยเถิดถึงขนาดต้องเอาบทลงโทษมาใช้
ส่วนประเด็นที่เกรงกันว่า หากปัญหาสมาคมฟุตบอลยังยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อทีมฟุตบอลชุดซีเกมส์ เนื่องจากเงื่อนไขเวลาที่กำหนดไว้ภายในเดือนกันยายนทุกชาติต้องรับธรรมนูญฟีฟ่า หากไม่รับสมาคมฟุตบอลจะถูกแบนนั้น นางนฤมลชี้ว่า ในการแข่งขันระดับซีเกมส์คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยยังสามารถส่งแข่งได้ จึงไม่น่ากังวลกับผลกระทบอันใกล้ที่จะเกิดขึ้น
