เป็นหนึ่งใน 17 รัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านจองกฐิน ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ต้นเดือนธ.ค.นี้ ไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ แต่นั่งเก้าอี้รมว.ยุติธรรมมาแล้ว 2 สมัย กระนั้น “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” กลับบอกว่า “ยังไม่ชิน”ในบทบาทนักการเมือง ด้วยเหตุอยู่ในเครื่องแบบสีกากีมาเกือบค่อนชีวิต เมื่อชีวิตพลิกผันมาเป็นรัฐมนตรีภายใต้ร่มเงา “สีน้ำเงิน” ภูมิใจไทย จึงไม่พลาดที่จะถูกเจาะเกราะ
ในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน “พล.ต.ท.รุทธพล” ต้องเผชิญหลายข้อกล่าวหา โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่จะถูกสาดกระสุน และต้องตอบโต้ หลบหลีก ให้พ้นจากข้อกล่าวหา คือ การปฏิบัติหน้าที่แบบ "สองมาตรฐาน" ซึ่งส่งผลกระทบต่อศรัทธาประชาชนที่มีต่อกระทรวงยุติธรรมโดยตรง และการใช้อำนาจหน้าที่ในลักษณะ "ส่งเสริมคนชั่ว
รับมือฝ่ายค้าน-แจงทุกประเด็น "รมว.ยธ." ยังไม่ชินบทบาท "นักการเมือง"
นอกจาก 2 ประเด็นดังกล่าวที่จะต้องตอบกระทู้ในสภาแล้ว ยังมีปมร้อนที่เกี่ยวข้องกับสส.ในพรรคภูมิใจไทย คือ “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ สส.ชัยภูมิ เขต 4 กรณี ไทหยาง ซาง (Taiyang Zhang) สามีชาวออสเตรเลีย ถูกพาดพิงในสภาฯ ปมหุ้นเว็บพนันออนไลน์ และ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่ผิดปกติ
สำหรับประเด็นการถือหุ้น เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งสุชาดา และสามี ได้เข้าชี้แจงต่อดีเอสไอไปแล้ว และได้เปิดเผยว่า ไทหยาง ซาง ได้ขายหุ้น Mixed Order Limited จำนวน 1.47 % (BVI) ไปแล้ว ( BVI เป็นเจ้าของบริษัท Natural Nine B.V. ผู้ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ Shuffle.com ซึ่งจดทะเบียนถูกกฎหมายในประเทศกูราเซา
รับมือฝ่ายค้าน-แจงทุกประเด็น "รมว.ยธ." ยังไม่ชินบทบาท "นักการเมือง"
แน่นอนว่า ปมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งเผือกร้อนในมือของ “พล.ต.ท.รุทธพล” ในฐานะรมว.ยุติธรรม ที่กำกับดูและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ประธานอนุกรรมการสอบสวนคดี ฮั้ว สว. คณะที่ 36 เมื่อครั้งยังเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ นั่งแท่นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนปัจจุบัน
ภายใต้คำถาม ข้อกังขาความโปร่งใสของสังคมในประเด็นที่ถูกอภิปรายและต้องชี้แจง โดยเฉพาะ พล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม , ขณะที่ ปิยะศิริ วัฒนวรางกูล ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ ร.ต.อ.ปิยะ อธิบดีดีเอสไอ ต่างไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่า เส้นทางการเติบโตนั้นอยู่ภายใต้ชายคา “สีน้ำเงิน” และ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์”
แม้คดีที่เกี่ยวข้องกับ “สุชาดาและสามี” ร.ต.อ.ปิยะ ยืนยันชัดเจนว่า จะไม่เข้าไปแทรกแซง โดยจะไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพนักงานสอบสวน ส่วน “พล.ต.ท.รุทธพล” บอกเพียงว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวนสอบสวน และไม่เข้าไปก้าวล่วงในการทำงานของพนักงานสอบสวน
รับมือฝ่ายค้าน-แจงทุกประเด็น "รมว.ยธ." ยังไม่ชินบทบาท "นักการเมือง"
ส่วนข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน ในประเด็นสมคบคิดเพื่อแทรกแซงกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล เพื่อทำให้กระบวนการยุติธรรมกลาย เป็นเครื่องมือในการกำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และการเอื้อประโยชน์และสร้างระบบที่ช่วยให้พวกพ้องหรือเครือข่ายของตนเองพ้นจากความผิด เช่น คดีฟอกเงินฮั้วสว. คดีเขากระโดง ซึ่งขณะนี้อยู่ในอำนาจของป.ป.ช. นั้น พล.ต.ท.รุทธพล เชื่อว่า สามารถชี้แจงได้ในทุกประเด็น แม้ว่าส่วนตัวจะพูดไม่เก่ง
ตั้งแต่มาเป็นรมว.ยุติธรรม ก็ไม่เคยมีใบสั่งหรืออะไร ก็ทำงานตามหน้าตามปกติ มีงานเยอะตลอด...แทบไม่ได้กลับบ้าน ปีหนึ่งกลับไปแต่ 5 ครั้ง บางครั้งเพราะความพูดไม่เก่ง พูดสั้น ๆไปหน่อย จึงทำให้ถูกหยิบยกบางประโยคเพื่อนำไปจับผิด ตรงนี้เป็นปัญหาของข้าราชการที่มาเป็นนักการเมือง ซึ่งต้องตอบตรง ๆ ยังไม่ชินกับบทบาทนี้
รมว.ยุติธรรม บอกว่า ในช่วงก่อนจะเกษียณราชการ ได้วางแผนเข้าโครงการเออร์ลี่รีไทร์ เพื่อให้ได้รับยศพล.ต.ท. และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว มีเวลาว่างในการทำสวน เล่นกอล์ฟ ไม่เคยคิดจะเข้ามาเล่นการเมือง ส่วนตัวก็ไม่ได้ทำธุรกิจอื่นใด เคยทำรับเหมาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่นานมาแล้ว และไม่ได้ทำอีกเลย
รับมือฝ่ายค้าน-แจงทุกประเด็น "รมว.ยธ." ยังไม่ชินบทบาท "นักการเมือง"
“หลังถูกชักชวนให้มาช่วยงานที่กระทรวงยุติธรรม จริง ๆ ครั้งแรกก็ตกใจ มีกังวลบ้าง แต่มองว่าภารกิจที่เข้ามารับผิดชอบก็ใกล้เคียงกับการรับราชการตำรวจ เพราะเป็นงานที่อำนวยความยุติธรรมเหมือนกัน ...ผมและภรรยาเป็นคนจังหวัดนคร สวรรค์โดยกำเนิด หลังเรียนจบจากรร.นายร้อยตำรวจ ตั้งแต่ปี 2530 ก็รับราชการอยู่ในพื้นที่อีสาน เริ่มต้นเป็นรองสารวัตรที่ จ.ชัยภูมิ วนเวียนอยู่ในพื้นที่อีสานเป็นหลัก”
พล.ต.ท. รุทธพล เติบโตในเส้นทางราชการมาตามลำดับ ในปี 2540 รับตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นรองผู้บังคับการ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ โดยตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณคือ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค และเป็นรมว.ยุติธรรม ในโควตาสายบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2568 และกลับมาเป็นรมว.ยุติธรรม อีกรอบเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 หลังพรรคภูมิใจไทย ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
“ทุกวันนี้ก็ยังไม่ถนัดกับการเป็นนักการเมือง เราเป็นตำรวจบ้านนอก ยังไม่ชินกับบทบาทนี้ ชีวิตตำรวจอยู่ในระเบียบวินัย ทำงานตามกรอบกฎหมาย มาเป็นนักการเมือง 2 สมัย พอมาเป็นนักการเมือง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆนา ๆ ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้ทำอะไร เลยไม่ชิน...เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่ได้หนักใจอะไร ถามมาก็ตอบไป ยอมรับว่า ผมพูดไม่เก่ง แต่จะพยายามชี้แจงทุกเรื่อง”
แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเลื่อนยาวออกไป และยังไม่ได้มีกำหนดวันชัดเจนว่าจะอยู่ในช่วงต้นเดือนธ.ค. 2569 นี้หรือไม่ ช่วงระยะเวลาที่เหลือจึงมีเวลาให้ 18 รัฐมนตรี เตรียมตัวทำการบ้านชี้แจงในประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งคำถาม หากตอบข้อสงสัยให้สังคมหายคาใจ ก็คงสร้างความเชื่อใจให้สังคมได้ แต่ถ้าได้คำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม แม้จะไม่ชินกับบทบาทนักการเมือง คงไม่ต้องบอกว่า รมว.ยธ.จะต้องเจออะไรบ้าง เพราะการเมืองก็เป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะยุคไหน !
อ่านข่าว
นายกฯ ชี้ "พ.ย." คิวงานรัฐมนตรีแน่น - คาดซักฟอกเร็วสุดต้น ธ.ค.นี้
"อนุทิน" ไม่ปิดประตู "กล้าธรรม" ร่วมรัฐบาล ยันไร้คลื่นใต้น้ำ
ประท้วงฝรั่งเศสกระทบท่องเที่ยวระยะสั้น ห่วงวินัยการคลังโลกกดดันเศรษฐกิจ
หมายเหตุ: เก็บตกเนื้อหาบางส่วนจาก "วงสนทนา" ในงานกระทรวงยุติธรรมพบสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569
