ชาวบ้านเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด
ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลปากแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย บรรจุกระสอบทรายและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ในการเตรียมรับปริมาณน้ำระลอกใหม่ 1,300 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที ในแม่น้ำยมที่กำลังไหลจากพื้นที่ตอนเหนือมายังจังหวัดสุโขทัย โดยจะมีปริมาณสูงสุดช่วงเที่ยงวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่ผู้ประสบอุทกภัย เริ่มเจ็บป่วยด้วยโรคเท้า เปื่อย และตาแดง บ้างแล้ว
ส่วนที่จังหวัดน่าน สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย หลายหน่วยงานเร่งฟื้นฟูความเสียหาย เจ้าหน้าที่แขวงการทางเร่งติดตั้งสะพานแบร์ลิ่ง บริเวณสะพานบ้านร้องแง ตำบลวรนคร อำเภอปัว ที่ถูกกระแสน้ำลำห้วยแงกัดเซาะคอสะพานขาด ขณะที่นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และเหล่ากาชาดจังหวัด นำเงินช่วยเหลือรวม 30,000 บาท ไปมอบแก่ญาติของนายแก้ว เมฆแสน ชาวหนองเงือก ตำบลแงง อำเภอปัว ที่จมน้ำเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน
ขณะที่ชาวตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่านตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุน้ำท่วมหนักในเขตเทศบาลเมืองน่าน อาจมาจากการระบายน้ำของเขื่อนธงน้อย บ้านคอวัง ตำบลดู่ใต้ ที่มีประตูระบายน้ำเพียง 5 ประตู ขณะที่นายสัมฤทธิ์ เหมะ หัวหน้าโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำลุ่มน้ำน่านตอนบน ยืนยันว่า เขื่อนธงน้อยออกแบบให้เพียงพอสำหรับการระบายน้ำ ส่วนปัญหาน้ำท่วมของจังหวัดน่าน เกิดจากปริมาณน้ำฝนที่มากถึงกว่า 300 มิลลิเมตร
ส่วนประชาชน และเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน จังหวัดแพร่ ทำความสะอาดบ้านและทรัพย์สิน หลังระดับน้ำท่วมลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 20 ล้านบาท
นายพันธ์ศักดิ์ บัวลอย คณะทำงานเครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำน่าน และลุ่มน้ำยมมาจากการทำการเกษตรบนพื้นที่สูง ทำให้ปริมาณฝนไหลลงสู่ลุ่มน้ำอย่างรวดเร็วโดยขาดสิ่งดูดซับน้ำ พร้อมเสนอให้ชุมชน ร่วมกันจัดการลำน้ำขนาดเล็ก แม่น้ำสาขา และฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ เพื่อลดความรุนแรงของกระแสน้ำ
ส่วนที่จังหวัดตาก ทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อำเภอแม่สอด เข้าตัดต้นไม้ใหญ่ที่ล้มทับอาคารเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณ ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด หลังเกิดพายุ และฝนตกหนัก ทำให้อาคารเรียนได้รับความเสียหายจนต้องหยุดเรียนชั่วคราว
