พบรอยแยกหลายจุดใน อ.ปัว หลังน้ำลด
ฝนที่ตกหนักในจังหวัดสุโขทัยส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้น และไหลเข้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง ส่วนที่จังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่ได้ปิดหมู่บ้านสกาดเหนือในอำเภอปัว เป็นพื้นที่อันตราย เพื่อรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ หลังพบรอยแยกของแผ่นดินหลายจุด
หมู่บ้านสกาดเหนือ ตำบลสกาดเหนือ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ถูกปิดกั้นพื้นที่เป็นเขตอันตราย หลังพบรอยแยกของแผ่นดินหลายจุด โดยบางจุดนั้นเกิดขึ้นบริเวณบ้านของชาวบ้าน ทำให้พังเสียหาย และต้องรื้อถอนบ้านไปแล้ว 3 หลัง ขณะเดียวกันชาวบ้านกว่า 39 ครอบครัว รวมกว่า 100 คน ได้อพยพไปอยู่ที่สถานีอนามัยบ้านสกาด ซึ่งใช้เป็นศูนย์อพยพชั่วคราว ระหว่างรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังพบรอยแยกบริเวณทางเข้าโรงเรียนบ้านสกาดพัฒนา ยาว 12 เมตร ลึก 35 เมตร และมีดินจากภูเขาไหลทับอาคารเรียน ทำให้ผนังอาคารเสียหาย และพบว่า ถนนบริเวณหน้าโรงเรียนทรุดและแยกตัวลึก 15 เซนติเมตร ซึ่งชาวบ้านเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ เพราะหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สาเหตุของแผ่นดินทรุดตัวครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองคาดว่า เกิดจากฝนตกหนัก ทำให้ดินอุ้มน้ำ อีกทั้งเป็นพื้นที่บนเขาหินปูน ลักษณะลาดชัน และที่ผ่านมาพบการทำลายป่า เพื่อนำพื้นที่ไปทำการเกษตรจำนวนมาก จึงไม่มีต้นไม้อุ้มน้ำ ขณะนี้ได้ประสานให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมส่งนักธรณีวิทยาเข้าตรวจสอบแล้ว
ส่วนที่บ้านดอนมูล ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา พายุฝนและลมแรงได้ทำให้ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ 3 คนโอบ อายุกว่าร้อยปี ล้มทับยุ้งข้าวพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ส่งผลให้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เตรียมแจกให้ชาวบ้านได้รับความเสียหาย น้ำที่ท่วมในจังหวัดน่านขณะนี้ ทุกพื้นที่น้ำลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้สรุปความเสียหายจากน้ำท่วม 15 อำเภอ 80 ตำบล มีผู้ประสบภัยกว่า 26,000 ครอบครัว
ส่วนที่จังหวัดสุโขทัย สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากวันนี้ (1 ก.ค.) มีฝนตกหนัก ทำให้เต็นท์ประกอบอาหารของมูลนิธิที่นำอาหารไปแจกจ่ายชาวบ้านพังเสียหาย ไม่สามารถประกอบอาหารได้ ส่วนระดับน้ำที่สูงขึ้น ก็ทำให้เจ้าหน้าที่อาจต้องเปิดประตูระบายน้ำบริเวณบ้านหาดสะพานจันทร์ เพื่อปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำยมมากขึ้น และหากฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง ก็อาจจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
