ธุรกิจประกันชีวิตครึ่งหลังปี 2554 แนวโน้มดีขึ้น ท่ามกลางหลายปัจจัยหนุน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมว่า เบี้ยประกันภัยรับตรงรวมในช่วง 4 เดือนแรกปี 2554 มีทั้งสิ้น 100,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว (YoY) 12.7% ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่ชะลอลงจาก 14.3% ในปี 2553 แต่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงที่เหลือของปี จากการเร่งปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ประกอบกับการทุ่มการขายมักเกิดในช่วงสิ้นปี
ในปีนี้ ธุรกิจประกันน่าจะรับรู้ผลประโยชน์จากกรมธรรม์บำนาญอย่างเต็มที่มากขึ้นกว่าปีก่อน รวมถึงในช่วงไตรมาส 3/2554 ยังมีปัจจัยพิเศษ ที่เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการขายประกันได้ ทั้งการนำตารางมรณะไทยใหม่มาใช้ ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างเบี้ยประกันชีวิตในภาพรวมถูกลง และ/หรือเพิ่มสิทธิประโยชน์ของกรมธรรม์ในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันมากขึ้น ทำให้มีแรงจูงใจในการทำประกันมากขึ้น รวมถึงการลดความคุ้มครองเงินฝากลงเหลือไม่เกิน 50 ล้านบาท/บัญชี/ธนาคาร ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกค้ารายใหญ่บางส่วนเริ่มกระจายการลงทุนในยังสินทรัพย์ประเภทอื่น รวมถึงการทำประกันชีวิต
ทั้งนี้ บริษัทประกันขนาดกลาง-ใหญ่ ได้ดำเนินการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกันในปีนี้อย่างมีสีสันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกรมธรรม์ประกันแบบใหม่สำหรับตลาดเมืองไทย คือประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ที่ยกเว้นเบี้ยประกันในปีที่ 3 กรณีที่ลูกค้าถือกรมธรรม์ติดต่อกันและไม่มีการเรียกค่าสินไหมตลอด 3 ปี ซึ่งจูงใจให้ลูกค้าอยู่ในระบบนานขึ้น (เดิมการขายประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล มีลักษณะสัญญาปีต่อปี
แต่ข้อเสนอดังกล่าวจะจูงใจให้ลูกค้าต่อสัญญากับบริษัทเดิม)) รวมถึงการพยายามสร้างความแตกต่างของประกันแบบบำนาญ โดยบริษัทประกันรายกลางบางแห่ง ได้พยายามปรับปรุงการคืนประโยชน์ให้กับลูกค้าได้เท่าเทียมกัน ไม่ว่าลูกค้าจะมีอายุยืนมากหรือน้อย โดยจ่ายในรูปบำเหน็จ หลังจากที่ลูกค้ารับเงินบำนาญมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจช่วยปิดช่องว่างทางการตลาดให้กับบริษัทรายใหญ่ ที่ยังคงเสนอเงื่อนไขการจ่ายเงินแบบบำนาญเท่านั้น ทำให้ลูกค้าที่มีอายุยืนมีโอกาสได้รับประโยชน์มากกว่าลูกค้าที่มีอายุสั้นกว่า
นอกจากนี้ บริษัทประกันในฝั่งที่เดิมเคยอาศัยการบุกเบิกตลาดผ่านตัวแทนเป็นหลัก ได้เริ่มปิดจุดอ่อนของตน ผ่านการทำสัญญาจับคู่ทางธุรกิจกับช่องทางการขายผ่านธนาคารที่ไม่มีบริษัทประกันในเครือ ซึ่งคาดว่าจะช่วยขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ่านช่องทางการขายธนาคารพาณิชย์ ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงยังคงประมาณการการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตทั้งปีนี้ไว้ว่าน่าจะขยายตัวได้ในระดับใกล้เคียงกับปี 2553 ที่ผ่านมา หรือประมาณ 14-15%
