นักวิชาการม.รังสิตชี้การเมืองแรงกระทบศก.ระยะยาว
นักวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิตคาดการณ์เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปีนี้มีโอกาสขยายตัวถึงร้อยละ 6 พร้อมเชื่อหากสถานการณ์การเมืองรุนแรงและไม่สามารถควบคุมได้จะส่งกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต คาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจและภาวะการลงทุนในไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2553 จะขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5 โดยไตรมาสแรกจะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 6 จากนั้นอาจชะลอตัวจากปัญหาเงินเฟ้อ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และการยกเลิกมาตรการทางการคลังที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นตลาดหลักของไทย เช่น จีนและอินเดีย นอกจากนี้ปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปอาจส่งผลต่อภาคส่งออกของไทย เนื่องจากยุโรปเป็นตลาดส่งออกอันดับ 3 ของไทย
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเวลานี้ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยทางการเมือง และหากเกิดความรุนแรงทางการเมืองจนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระยะยาว
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ MFC ยอมรับว่า เป็นห่วงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ และไม่ว่าผลการตัดสินคดียึดทรัพย์จะเป็นอย่างไร ก็อาจนำไปสู่ความวุ่นวายได้ แต่มั่นใจว่าจะไม่มีการปฏิวัติ หรือเปลี่ยนขั้วรัฐบาล แม้พรรคร่วมรัฐบาลจะไม่มีเอกภาพในการทำงานก็ตาม ขณะที่กองทัพต้องช่วยรัฐบาลดูแลความเรียบร้อย เพราะตำรวจยังมีปัญหาภายในองค์กร
