บช.น.ตรวจเข้ม พื้นที่ กทม.ป้องกันเหตุร้าย
กองบัญชาการตำรวจนครบาล ระดมปล่อยเเถวกำลังตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร วานนี้ ส่วนกรณีระเบิดป้ายรถโดยสารประจำทาง หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริตำรวจได้เบาะแสคนร้ายแล้ว พบเป็นเครือข่ายของพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เปิดเผยว่า ตำรวจในสังกัดกองบังคับการ 1-9 ข้าราชการตำรวจ 687 นาย อาสาสมัครตำรวจบ้าน 45 คน รถยนต์จู่โจมเคลื่อนที่เร็ว 68 คัน รถจักรยานยนต์สายตรวจ 205 คัน หน่วยอรินทราช ชุดปฏิบัติการเก็บกู้วัตถุระเบิด และสุนัขตำรวจ ร่วมกันกระจายกำลังออกตรวจพื้นที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร เพื่อเน้นการปราบปรามด้านยาเสพติด เนื่องจากเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่สำคัญ และเพื่อหาแหล่งข่าว รวมถึงเบาะแสหลังเกิดเหตุระเบิดมาแล้ว 2 ครั้ง ประกอบกับเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แม้ที่ผ่านมาจะมีกลุ่มบุคคลต้องการสร้างสถานการณ์ และพยายามก่อเหตุวุ่นวาย ทางตำรวจก็จะเร่งทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
ด้านพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 เปิดเผยว่า คดีระเบิดที่ป้ายรถโดยสารประจำทางหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ มีความคืบหน้าไปมาก ล่าสุดจากการตรวจสอบแผงวงจรระเบิดที่จุดเกิดเหตุ พบตรงกับคดีระเบิดที่เกิดขึ้นในท้องที่ปทุมวัน, นางเลิ้ง, บางชัน และโคกคราม โดยเฉพาะที่โคกคราม พบวงจรระเบิดคล้ายกับในรถยนต์ฮอนด้าที่จอดริมน้ำ อพาร์เมนต์ ซึ่งน.ส.ปฏิภัค เอกอภิวัชร์ พยาน ให้การว่า มีเพื่อนของน้องชาย ชื่อ นายกิตติศักดิ์ หรือ อ้วน สุ่มศรี เป็นคนขับรถเข้ามาจอด และนายเล็กไม่ทราบนามสกุล ขับรถตู้มารับออกไป ตรวจสอบในรถยนต์พบเบอร์โทรศัพท์ของนายผัน ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนมีสี และเป็นกลุ่มลูกน้องของพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว ส่วนจะออกหมายจับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ
ส่วนความคืบหน้าคดีระเบิดหน้าบริษัทคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ มีภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดจับภาพไว้ได้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยคดีดังกล่าวเชื่อมโยงกับคดีระเบิดหน้าบ้านนายอภิชาติ สุคัขคานนท์ ประธาน กกต. ในท้องที่ประชาชื่น เนื่องจากพบลักษณะการต่อเชื่อมวงจรระเบิดคล้ายกัน โดยในวันพรุ่งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะทยอยเชิญผู้เชี่ยวชาญ อดีตข้าราชการที่มีความรู้เรื่องระเบิดประมาณ 30 คน มาให้ข้อมูล
