กระทรวงการคลัง เล็งช่วยผู้ส่งออกจากผลกระทบเงินบาทแข็งค่า
“กรณ์” รมว.คลัง เผย กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการดูแลผู้ประกอบการส่งออก หลังค่าเงินบาทแข็ง มั่นใจปีนี้จีดีพียังโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7 ได้
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านระบบเทเลพรีเซ็นท์ จากกรุงวอชิงตันดี.ซี.ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างการประชุมธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ว่าหลังจากที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากตัวเลขการส่งออกมีมูลค่าสูงมากจะเป็นตัวกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น จึงเห็นว่าจากนี้ไป ควรจะปรับนโยบายการส่งออกในระยะสั้นให้เหมาะสม และสมดุลมากขึ้น และเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ส่งออก กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารที่ 12 ต.ค.นี้ เช่น มาตรการให้สถาบันการเงินของรัฐเข้าทำประกันความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน มีการนำเข้าเครื่องจักรใหม่ และปรับประสิทธิภาพการผลิต แต่จะมีผลบังคับใช้เมื่อใด ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าในส่วนของกระทรวงการคลังจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยเชื่อว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงระยะสั้น
ส่วนภาพรวมผู้ประกอบการยังมีกำไรอยู่ แต่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. จะประเมินตัวเลขเศรษฐกิจอยู่ แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7 ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงที่ สศค.ประมาณการไว้ที่ร้อยละ 7.3-7.8 สำหรับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ได้ส่งผลในเชิงบวกกับประเทศในระยะยาว เนื่องจากจะเป็นตัวแปรสำคัญให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศมีความสมดุลมากขึ้น ซึ่งจะลดสัดส่วนการพึ่งพิงการส่งออกให้น้อยลง และเพิ่มสัดส่วนการพึ่งพิงการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น และเรื่องการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยเพื่อดูแลค่าเงินบาท ที่ผ่านมาได้มีการหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยพอสมควร แต่การตัดสินใจในการดำเนินนโยบายใดๆ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ที่จะมีการประชุมในวันที่ 20 ต.ค.นี้
