ภาคเอกชนเสนอลดดอกเบี้ยนโยบาย1% เพื่อลดผลกระทบบาทแข็ง
ตัวแทนภาคเอกชนเสนอที่ประชุมกนง.ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 1 เพื่อลดผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทหลังมูลค่าการส่งออกปีนี้ขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 15นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่าการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 เดือนนี้เป็นไปได้ที่ กนง.อาจคงหรือลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งส่วนตัวแล้วเชื่อว่ายังสามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกร้อยละ 1จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 1.75 เพื่อลดเงินสกุลต่างประเทศที่จะไหลเข้ามาและมีผลให้เงินบาทที่แข็งค่า
นายพรศิลป์ยังเสนอให้เก็บภาษีสกุลเงินต่างประเทศที่เข้ามาในอัตราร้อยละ 0.5-1 ในช่วง 3-6 เดือนเพื่อลดผลกระทบจากค่าเงินบาทหลังจากที่ภาคส่งออกปีนี้เมื่อคิดเป็นเงินบาทแล้วจะขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 15
ส่วนนโยบายส่งออกของสหรัฐที่วางเป้าหมายขยายตัวเป็น 2 เท่า ภายใน 4-5 ปีจะทำให้เงินดอลล่าร์สหรัฐอ่อนค่ามากขึ้นสวนทางค่าเงินบาทที่จะแข็งค่าที่ 25 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ ภายใน 2 ปี
ขณะที่นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่าเตรียมหารือภาคเอกชนซึ่งประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ สมาคมธนาคารไทย ในวันจันทร์นี้เพื่อรับฟังผลกระทบและแนวทางแก้ปัญหาค่าเงินบาท
ขณะที่มาตรการกระทรวงการคลังที่ออกมาก่อนหน้า ต้องมีมาตรการอื่นมาเสริมเพราะรัฐบาลคงไม่ปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าอย่างรุนแรง
นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่าได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอหาวิธีการเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการไทยให้ไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้กำลังพิจารณาโครงสร้างภาษีรถยนต์ทั้งระบบ ร่วมกับกระทรวงการคลังโดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็ก และรถที่ใช้พลังงานทดแทนซึ่งรักษาสิ่งแวดล้อม
