" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/24296-imagejpeg-38313.jpg
คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมเขตพื้นที่ราบของสหรัฐฯ หรือ เพลนส์สเตท ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาขยายวงกว้างไปทางตะวันออกครอบคลุมพื้นที่อีกหลายรัฐ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ ต้องประกาศเตือนภัยจากสภาพอากาศร้อนจัดตั้งแต่งกรุงวอชิงตันดีซี จนถึงเมืองฟิลาเดลเฟีย และ นครนิวยอร์ก คาดว่า อุณภูมิเฉลี่ยจะพุ่งสูงระหว่าง 40.5-46.1 องศาเซลเซียส
แม้ว่าสภาพอากาศในกรุงวอชิงตันจะร้อนจัดแต่ยังมีผู้คนออกมาเดินทางท่องเที่ยวที่สวนสาธารณะเนชั่นแนล มอลล์ โดยไม่หวั่นกับแสงแดดที่แผดเผา ขณะที่ชาวชิคาโก และ นิวยอร์ก ต้องหาทางคลายร้อนไปเล่นน้ำกันตามน้ำพุ และ ไปรับลมกันที่ชายหาด ส่วนรัฐเท็กซัสต้องเผชิญกับภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายคนจากสภาพาอากาศร้อนจัดในสหรัฐฯ
ขณะที่บ้านเรือน และ ธุรกิจในรัฐมิชิแกนต้องประสบปัญหาขาดแคลนกระแสไฟฟ้า เพราะชาวเมืองใช้แอร์กันหนักจนไฟไม่พอจ่าย ส่วนที่เมืองบัลติมอร์ แอนนาโปลิส และ อีกหลายเมืองในรัฐแมรี่แลนด์ต้องจัดตั้งศูนย์เครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่เพื่อเป็นจุดคลายร้อนให้กับชาวเมือง
ส่วนที่จีนสภาพอากาศร้อนไม่แพ้ในสหรัฐ โดยเฉพาะในเขตปกครองตนเองอุยกูร์ซินเจียง ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือที่ต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนจัดผิดปกติในช่วงฤดูร้อนจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 42 องศาเซลเซียสนับเป็นฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัดที่สุดในรอบ 60 ปี ทางการต้องประกาศเตือนภัยจากสภาพอากาศร้อนจัดระดับสีส้ม ขณะที่ร้านขายเครื่องปรับอากาศ และ พัดลมได้รับอานิสงฆ์จากสภาพอากาศร้อนขายดิบขายดีบางแห่งขายดีจนเกลี้ยงร้าน
ส่วนชิลีกลับต้องเผชิญกับภัยหนาวจากหิมะตกหนักในพื้นที่ทางภาคใต้ ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสูงกว่า 7 ฟุต ทางการประกาศต้องประกาศเขตภัยพิบัติในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขณะที่ทางหลวงที่เชื่อมภาคใต้ของชิลีกับอาร์เจนติน่าไม่สามารถใช้การได้
