สำเนียงกลอนลำเต้ยแบบอีสานที่ขับขานในจังหวะบลูส์ทำให้เพลงลำดวน บทเพลงจากความทรงจำวัยเด็กของรัสมี เวระนะ เต็มไปด้วยความร่วมสมัยและเข้าถึงคนฟังเข้าถึงคนฟังยุคปัจจุบันได้ไม่ยาก เนื้อหาที่เล่าถึงความทุกข์ทนของหญิงสาวในวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ยังสะท้อนตัวตนของหมอลำหญิงจาก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ได้อย่างเข้มข้น หนึ่งในบทเพลงจากอัลบั้มอีพี รัสมี อีสานโซล ที่คว้าสามรางวัลใหญ่จากเวทีคมชัดลึกอวอร์ดทั้งที่เข้าชิงเป็นครั้งแรกจากศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม เพลงยอดเยี่ยม และอัลบั้มยอดเยี่ยม ทำให้เธอถูกจับจ้องในฐานะศิลปินหญิงเจ้าของงานเพลงอีสานร่วมสมัย ที่ได้การยอมรับมากที่สุดในเวลานี้

การสั่งสมประสบการณ์ในวงหมอลำช้างโทนบ้านป่า ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี และพ่อผู้เป็นครูสอนเจรียงเพลงพื้นบ้านเขมร คืออิทธิพลสำคัญในเสียงร้องของรัสมี และเคยเกือบได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงในกรุงเทพ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ หากสิ่งที่เปิดโลกของเธอคือการได้ร้องเพลงเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนในเชียงใหม่ และร่วมงานกับวงดนตรีหลากหลายแนว ทั้งบามาโก เอ็กซ์เพรส ที่โดดเด่นด้วยสำเนียงดนตรีพื้นบ้านแอฟริกาตะวันตก "ลิโมซีน" วงแจ๊ซจากฝรั่งเศส ที่พาเธอไปแสดงคอนเสิร์ตไกลถึงฝรั่งเศส รวมถึงวงอิเล็คโทรนิกเมืองน้ำหอมอย่างโพนี่ ฮอกซ์ คือ สิ่งที่ขัดเกลาให้หมอลำสาวหันมาสร้างผลงานเพลงร่วมสมัยในแบบของตัวเอง

ความสำเร็จในชั่วข้ามคืนของอัลบั้มอีสาน โซล ทำให้เธอได้รับความสนใจจากผู้จัดคอนเสิร์ต ทั้งที่ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เส้นทางดนตรีที่เปิดขึ้นจากผลงานชุดแรก จึงกลายเป็นโอกาสสำคัญของหมอลำสาวจากอุบลราชธานี ที่จะไปอวดเพลงหมอลำที่เธอรักให้โลกได้ฟัง
ชมย้อนหลังรายการศิลป์สโมสร "รัสมี อีสาน โซล" จิตวิญญาณแห่งดนตรี กับโชว์เพลงเมืองชุดดำ, มายา และปะกาปรูย