ร้านค้าปรับตัวรับมือเนื้อหมูแพง
เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวหางหมู ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่เปิดขายมากว่า 40 ปี ลดปริมาณการขาย เพราะหางหมูที่นำมาส่งน้อยลงและราคาสูงขึ้นจากเดิมที่เคยซื้อราคาหางละ 30 บาท ขึ้นเป็นหางละ 50 บาทหลังการหยุดขายหมูของร้านในตลาดสดอำเภอหาดใหญ่ ขณะเดียวกันราคาวัตถุดิบอื่นๆที่สูงขึ้นอาจทำให้ต้องหยุดกิจการ เนื่องจากไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ ขณะที่เขียงหมูในตลาดนัดรอบตัวเมืองหาดใหญ่ซึ่งเปิดขายตามปกติ มีลูกค้ามารอซื้อเนื้อหมูจนหมดในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แม้ราคาเนื้อหมูที่จำหน่ายจะสูงถึงกิโลกรัมละ 150-160 บาท โดยพ่อค้าเนื้อหมูเผยว่าสาเหตุที่ยังขายเนื้อหมูได้ตามปกติ เพราะซื้อหมูจากฟาร์มรายย่อยราคาหน้าฟาร์มไม่สูงมากคือ ประมาณกิโลกรัมละ 80 บาท
ส่วนร้านขายของฝากในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ที่ส่วนใหญ่ใช้เนื้อหมูเป็นวัตถุดิบ ทั้งกุนเชียง ไส้กรอก หมูหยอง ก็ต้องปรับราคาขึ้นอีก 20-25 บาทต่อชิ้น เพื่อลดการขาดทุน แม้จะส่งผลให้ยอดขายลดลงกว่าร้อยละ 10 หลังต้องแบกรับภาระต้นทุนในการซื้อเนื้อหมูที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลกรัมละ 110 บาท เพิ่มเป็น 150 บาท ซึ่งแพงที่สุดตั้งแต่ทางร้านเปิดขายของฝากมากว่า 40 ปี
ขณะที่การซื้อขายหมูในตลาดสดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ มีประชาชนออกมาเลือกซื้อหมูอย่างบางตา หลังเขียงหมู กว่า 20 แผงได้ปรับขึ้นราคาตามราคาหมูหน้าฟาร์มเป็น 155 บาทต่อกิโลกรัม และคาดว่าจะปรับขึ้นอีกภายในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้ยอดขายลดลงกว่าร้อยละ 50 ผู้ประกอบการเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อลดปัญหาการขาดทุน
ส่วนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ต่างเข้าคิวรอซื้อเนื้อหมู ที่การค้าภายในจังหวัด และผู้ประกอบการเขียงหมู นำมาจำหน่ายในโครงการหมูธงฟ้าราคาถูก จำนวน 200 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 145 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในช่วงนี้ เช่นเดียวกับกรมการค้าภายในจังหวัดศรีสะเกษเตรียมเปิดโครงการหมูธงฟ้าราคาประหยัดในสัปดาห์หน้า โดยจะจำหน่ายหมูชำแหละถูกกว่าท้องตลาดกิโลกรัมละ 15-20 บาท วันละ 200 กิโลกรัม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภค
