“C- AIR” ระบบติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศภาคประชาชน

สังคม
19:14
จำนวนผู้ชม 533
“C- AIR” ระบบติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศภาคประชาชน
เครือข่ายภาคประชาชนจับมือสร้างระบบ C-AIR พัฒนาระบบติดตามคุณภาพอากาศภาคประชาชน ให้ประชาชนรับรู้ค่าฝุ่น PM2.5 แบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ หรือ แอพพลิเคชันในอนาคต เพื่อให้รับมือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กแบบทันท่วงที หลังพบหลายพื้นที่ไม่มีเครื่องตรวจวัดคุณภาพอาศ

กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนขับเคลื่อนการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของทั้งนักวิชาการภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชน จัดประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลเครื่องมือจัดการแก้ฝุ่น PM 2.5 ที่มีทั้งเครื่องวัดฝุ่น PM 2.5 และระบบจัดการในแต่ละพื้นที่มาบูรณาการร่วมกันให้เป็นข้อมูลชุดเดียว เพราะที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าถึงการเตือนภัยฝุ่นไม่มากนักเพราะเครื่องวัดฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้มีครบทุกจังหวัด และยังมีจังหวัดที่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่ขาดการรายงานคุณภาพอากาศ

ภาพประกอบข่าว “C- AIR” ระบบติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศภาคประชาชน

 

นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันมีกว่า 20 จังหวัดที่ไม่มีเครื่องวัดคุณภาพอากาศ ทางเครือข่ายจึงเล็งเห็นความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยวางแนวทางที่จะจัดทำแผนที่จุดที่ไม่มีเครื่องวัดแล้วผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการติดตั้ง เพื่อให้ประชาชนรับรู้ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบเรียลไทม์ ให้สามารถป้องกันสุขภาพได้อย่างทันท่วงทีผ่านการพัฒนาระบบติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศภาคประชาชน หรือ C- AIR ซึ่งเป็นฐานการเชื่อมโยงข้อมูลที่จะมีการรายงาน ค่าฝุ่น PM 2.5 อัพเดทผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันได้ในอนาคต ซึ่งจะมีทั้งเครื่องวัด ระบบข้อมูล และการวางแผนกระจายความรู้สู่ชุมชน

นายมงคลชัย ดวงแสงทอง รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมถูกเพ่งเล็งว่าเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 แต่การหารือวันนี้ จะนำไปสู่ความร่วมมือในการแก้ปัญหา หลังจากนี้จะใช้เครือข่ายโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นสมาชิกกว่า 11,000 โรง ร่วมหาแนวทางลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 แม้ขณะนี้กฎหมายบางอย่างยังถือกันคนละฉบับ

รศ.วิษณุ อรรถวานิช ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ระบุว่า จากงานวิจัยพบว่า แต่ละครัวเรือนต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6,000 บาท จากปัญหาฝุ่น PM 2.5 หากรัฐไม่เร่งแก้ปัญหา มูลค่าความเสียหายก็จะเพิ่มมากขึ้น

ภาพประกอบข่าว “C- AIR” ระบบติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศภาคประชาชน

 

ทั้งนี้ หากวัดมูลค่าความเสียหายของสังคมที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 รวมทั้งประเทศ จะพบว่า ในปี 2560 คิดเป็น ร้อยละ 11.75 ของ GDP หรือ ผลิตภันฑ์มวลรวมภายในประเทศ โดยปี 2562 คิดเป็นมูลค่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของ GDP ดังนั้นการแก้ปัญหาของภาคประชาชน ด้วยระบบ C-AIR จะเป็นการยกระดับการตื่นตัวต่อปัญหาฝุ่น PM 2.5 มากขึ้น

สำหรับการพัฒนาระบบติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศภาคประชาชน หรือ C- AIR ขณะนี้อยู่ระหว่างประชุมหารือเตรียมวางแนวทาง ในการจัดทำแผนที่ จุดที่ไม่มีเครื่องวัดคุณภาพอากาศ เพื่อเติมเครื่องวัดคุณภาพอากาศเข้าไป ก่อนเชื่อมต่อข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันในอนาคต คาดว่ากลางเดือน ธ.ค.นี้ จะมีต้นแบบระบบ C- AIR ที่นำมาใช้งานได้จริง