ร้องยกเลิกการเลิกจ้างพนักงาน สกสค.ที่ไม่เป็นธรรม

สังคม
21:35
จำนวนผู้ชม 1,374
ร้องยกเลิกการเลิกจ้างพนักงาน สกสค.ที่ไม่เป็นธรรม
สหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา พร้อมพนักงาน สกสค.กว่า300 คน ร่วมประชุมวิสามัญ พร้อมสะท้อนถึงการแก้ไขปัญหาของผู้บริหาร สกสค.ที่เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด อ้างขาดทุนสะสม กว่า5,000ล้านบาท เป็นการแก้ไขไม่ถูกจุด

วันนี้(2ก.ค.2563) ตัวแทนสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา เปิดแถลงจุดยืนในการต่อสู้เรียกร้องการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. ที่ถูกเลิกจ้าง 961คน มีผลวันที่ 1ส.ค.2563 และยังมีพนักงานที่รอเลิกจ้างเพราะเกษียณในเดือน ก.ย.นี้ กับกรรมการลูกจ้างตาม พรบ.คุ้มครองแรงงานอีกจำนวนเกือบร้อยคน เป็นการเลิกจ้างทั้งหมดองค์กร ทำให้เกิดข้อส่งสัยว่า องค์กรนี้จะยุติภารกิจทั้งหมด หรือองค์กรนี้จะทำภารกิจต่อไปโดยไปจ้างพนักงานใหม่

ภาพประกอบข่าว ร้องยกเลิกการเลิกจ้างพนักงาน สกสค.ที่ไม่เป็นธรรม


นายนิวัติชัย แจ้งไพร ประธานสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา และนายอารีย์ สืบวงศ์ ที่ปรึกษาสหภาพฯ กล่าวว่า ในวันนี้ได้เปิดระชุมวิสามัญครั้งที่1/2563 โดยรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นการประชุมเพื่อขอมติจากสมาชิก แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เพื่อนำไปใช้ในการฟ้องร้องต่อศาลปกครองต่อไป

ภาพประกอบข่าว ร้องยกเลิกการเลิกจ้างพนักงาน สกสค.ที่ไม่เป็นธรรม


นายอารีย์ สืบวงศ์ ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานองค์การค้า ยอมรับว่าภาวะขาดทุนเริ่มต้นหลังปี 2544 ไม่มีกำไรสะสม ผู้บริหารเริ่มใช้สิทธิการกู้ไปยังสถาบันการเงิน โดยใช้ทรัพย์สินขององค์การ อย่างเช่น ที่ดิน เป็นหลักทรัพย์ในการจำนอง โดยมีการเสนอแผนการใช้เงิน และแผนการชำระหนี้ แต่สุดท้ายฝ่ายบริหารนำเงินไปใช้ผิดประเภท ซึ่งที่ผ่านมา สหภาพฯร้องเรียนผ่านไปยังหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ และปปช. รวมถึง กระทรวงศึกษาธิการ และส่วนใหญ่เรื่องไม่คืบหน้า

ภาพประกอบข่าว ร้องยกเลิกการเลิกจ้างพนักงาน สกสค.ที่ไม่เป็นธรรม


ขณะที่การจ้างพิมพ์หนังสือภายนอก เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้องค์การมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น ตัวเลขการจ้างพิมพ์ปี 2554 อยู่ที่ 300 กว่าล้านบาท และปี 2555 ก้าวกระโดดไปอยู่ที่เกือบ 600 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ไม่ควรเป็นผู้รับผลกระทบจากการบริหารที่ผิดพลาด

ทั้งนี้ทางสหภาพแรงงานฯ ยังได้เตรียมเอกสารการดำเนินงานที่ส่อไปในทางทุจริตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ และตั้งข้อสังเกตว่า การเลิกจ้างพนักงานกว่า 961 คน เหลือ 74 คนนั้น ความจริงเป็นการเลิกจ้างหรือล้มกระดานทั้งองค์กร เนื่องจาก 74 คนที่เหลือ เป็นกลุ่มคนที่จะเกษียณอายุในเดือนกันยายน ปี 2563 เพื่อลดภาระการจ่ายเงินชดเชยและอีกกลุ่มสหภาพแรงงานที่ต้องใช้อำนาจศาลในการเลิกจ้าง

ส่วนความรู้สึกของกลุ่มพนักงานที่ทำงานมากว่า 20 ปี บางคนทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ มีความผูกพันธ์ และมองว่าองค์กรคือบ้าน นอกจากนี้พนักงานบางส่วนเปิดเผยว่าทางองค์กร ใช้สถานการณ์ COVID-19 มาเป็นส่วนหนึ่งในการเลิกจ้าง เพราะ สกสค.ให้หยุดทำงานทำงานที่บ้านตั้งแต่ เม.ย.-มิ.ย. 2563 เงินเดือน เม.ย. และ พ.ค. ก็ได้รับเพียง75% แต่ในเดือน มิ.ย. ทาง สกสค. จะไม่จ่ายเงินเดือน แจ้งให้ไปรับกับประกันสังคม แต่ทางประสังคมบอกว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ว่าเป็นผู้ว่างงานหรือตกงาน ขณะที่หลายครอบครัวสะท้อนถึงภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น หนี้สินที่กู้ไว้ หลังจากสิงหาคมที่จะเลิกจ้าง ยังคิดวางแผนชีวิตไม่ทัน

ภาพประกอบข่าว ร้องยกเลิกการเลิกจ้างพนักงาน สกสค.ที่ไม่เป็นธรรม

ขณะที่นายอุดลย์ บุสสา ผู้อำนวยการของสกสค.คนใหม่ บอกว่า ความชัดเจนเรื่องการเยียวยา ทางคณะกรรมการบริหารจะเร่งประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน ขณะที่ทางฝ่ายกฎหมายขององค์การค้า บอกว่า การเลิกจ้างครั้งนี้เป็นการบอกกล่าวล่วงหน้า และอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายแรงงานทุกประการ

และในวันพรุ่งนี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรียกประชุมผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับพนักงานที่ประสบปัญหาภาระค่าใช้จ่ายเป็นการเฉพาะหน้าก่อน และแผนการจ่ายเงินชดเชยต่างๆเพื่อให้พนักงานได้รับการเยียวยาอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม

แท็กที่เกี่ยวข้อง: