ไทยพบ "เดลตาครอน" 73 คน รอ GISAID ยืนยัน

สังคม
16:41
จำนวนผู้ชม 29,314
ไทยพบ "เดลตาครอน" 73 คน รอ GISAID ยืนยัน
ไทยพบโควิดลูกผสม "เดลตาครอน" 73 คน รอ GISAID วิเคราะห์ข้อมูลและยืนยัน ขณะนี้สายพันธุ์ที่พบในประเทศส่วนใหญ่เป็นโอมิครอน 99.95% แนวโน้มสายพันธุ์ย่อย BA.2 เพิ่มขึ้น ส่วนเดลตาเหลือ 1 คน

วันนี้ (23 มี.ค.2565) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงความคืบหน้าการเฝ้าระวังสายพันธุ์ COVID-19

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 12-18 มี.ค.2565 สุ่มตรวจสายพันธุ์ COVID-19 จำนวน 1,981 คน ในจำนวนนี้มีสายพันธุ์เดลตา 1 คน นอกจากนั้นเป็นสายพันธุ์โอมิครอน (99.95%) เช่นเดียวกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและพบว่าติดเชื้อเป็นสายพันธุ์โอมิครอนทั้งหมด 

ภาพประกอบข่าว ไทยพบ

 

ทั้งนี้ สัดส่วนสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน คือ B.1.1.529 จำนวน 96 คน BA.1 จำนวน 406 คน BA.2 จำนวน 1,479 คน ยังไม่พบ BA.3 คาดว่าเร็ว ๆ นี้จะพบสัดส่วนของ BA.2 มากขึ้น เนื่องจากแพร่เชื้อได้รวดเร็ว

นอกจากนี้ พบสายพันธุ์ย่อย BA.2.2 ในไทย 22 คน และ BA.2.3 จำนวน 61 คน ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินความสามารถในการแพร่กระจาย ความรุนแรงของโรค หรือการหลีกหนีวัคซีนของสายพันธุ์ย่อย BA.2.2 และ BA.2.3

ภาพประกอบข่าว ไทยพบ

 

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า "เดลตาครอน" เป็นไวรัสโควิดผสมระหว่างสายพันธุ์โอมิครอนและเดลตา เรียกว่าเป็นไฮบริด ระหว่างส่วนโปรตีนหนามสไปค์จากโอมิครอน (BA.1) และส่วนโปรตีนด้านหน้าซึ่งไวรัสใช้เพิ่มจำนวนเป็นของเดลตา (AY.4) เริ่มพบการแพร่ระบาดแล้วในฝรั่งเศส เดนมาร์ก เยอรมนี เบลเยี่ยม และเนเธอร์แลนด์

ขณะนี้มีรายงานข้อมูลใน GISAID ประมาณ 4,000 กว่าคน แต่ที่มีการยอมรับและยืนยันว่าเป็นเดลตาครอน มีจำนวน 64 คน ส่วนใหญ่อยู่ในฝรั่งเศส 50 กว่าคน 

ภาพประกอบข่าว ไทยพบ

 

ในจำนวน 4,000 กว่าคนที่ต้องรอผลวิเคราะห์เพิ่มเติมนั้น มีข้อมูลที่ไทยได้ส่งข้อมูลไป 73 คน แต่ขอประชาชนอย่ากังวล เพราะเมื่อเดลตาลดลง โอกาสที่จะมารวมกันแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นน้อยลง แต่หากเดลตาครอนเพิ่มเร็วขึ้นในอนาคตก็จะครองสัดส่วนสายพันธุ์แทนโอมิครอน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เห็นแนวโน้มดังกล่าว อีกทั้งไม่มีข้อมูลความรุนแรง โดยขณะนี้จัดลำดับเป็นสายพันธุ์ที่ต้องติดตาม ยังไม่ถึงขั้นสายพันธุ์ที่น่าห่วงกังวล 

ภาพประกอบข่าว ไทยพบ