ย้อนสถิติ 9 ปี ลืมเด็กในรถ แนะ 3 ข้อต้องทำก่อนขึ้น-ลงรถ

สังคม
31 ส.ค. 65
07:30
2,639
Logo Thai PBS
ย้อนสถิติ 9 ปี ลืมเด็กในรถ แนะ 3 ข้อต้องทำก่อนขึ้น-ลงรถ
อ่านข่าวให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

ย้อนสถิติพบ 9 ปี พบเด็กติดในรถอย่างน้อย 130 เหตุการณ์ เสียชีวิต 7 คน ล่าสุดสูญเสียเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ที่ จ.ชลบุรี ขณะที่กรมควบคุมโรค แนะ 3 ข้อควรจำ นับจำนวนเด็กก่อนขึ้น-ลงรถ ตรวจดูให้ทั่วก่อนล็อกรถ และอย่าประมาท

กรณี ด.ญ.วัย 7 ขวบ เสียชีวิต ถูกลืมทิ้งในรถตู้โรงเรียน จ.ชลบุรี โดยพ่อแม่เข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง เมื่อวานนี้ (30 ส.ค.2565)

กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ได้เฝ้าระวังข่าวจากสื่อตั้งแต่ปี 2557-2563 พบประเด็นที่น่าสนใจคือ มีเหตุการณ์เด็กที่ถูกลืมและทิ้งให้อยู่ในรถตามลำพัง 129 เหตุการณ์ เป็นเด็กอายุ 2 ปี มากที่สุดร้อยละ 38.0 รองลงมาคือเด็กอายุ 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 20.9 และ 19.4 ตามลำดับ เกิดขึ้นในรถยนต์ส่วนบุคคลมากที่สุดร้อยละ 96.0 โดยมีเด็กเสียชีวิต 6 คน เป็นเพศหญิง 3 คน เพศชาย 3 คน อายุระหว่าง 2- 6 ปี ทั้ง 6 คน เสียชีวิตเกิดเหตุขึ้นในรถรับส่งนักเรียน 5 คน และรถยนต์ส่วนบุคคล (ของครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 คน) ทั้งหมดถูกลืมทิ้งไว้นานกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป โดยเด็กนอนหลับ และรถถูกจอดไว้หลังจากรับส่งนักเรียนเสร็จ และล่าสุดเคส ด.ญ. อายุ 7 ปี เสียชีวิตเมื่อวานนี้ (30 ส.ค.) รวม 9 ปี เกิดเหตุเด็กติดในรถ 130 คน 


แนะ 3 ข้อ “นับ ตรวจตรา อย่าประมาท”

ทั้งนี้ แนะนำผู้ปกครอง พนักงานขับรถรับส่งนักเรียน และครูอาจารย์ ให้เตือนตนเองใน 3 ข้อควรจำ เพื่อป้องกันการลืมเด็กในรถ ดังนี้ “นับ ตรวจตรา อย่าประมาท” ได้แก่ นับจำนวนเด็กก่อนขึ้นและหลังลงจากรถทุกครั้ง, ตรวจตรา ก่อนล็อคประตูรถ ตรวจดูให้ทั่วรถ และอย่าประมาท อย่าทิ้งเด็กไว้เพียงลำพังแม้ช่วงเวลาสั้น ๆ

 

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสว่า การปล่อยเด็กไว้ในรถช่วงกลางวัน และรถจอดตากแดดไว้ หรืออยู่ในร่มก็มีความอันตราย เพราะอากาศโดยรอบอุณหภูมิสูงอยู่แล้ว เมื่อร่างกายพยายามไล่ความร้อน และร่างกายคุมไม่อยู่ ความร้อนจะเข้ามาในร่างกายและไม่สามารถขับออกได้ ตัวจะแดงและผิวแห้ง ต่อมาเซลล์อวัยวะต่าง ๆ จะเริ่มตาย ภาวะเลือดเป็นกรด ช็อก หมดสติ สมองบวมและกดศูนย์หายใจที่ก้านสมอง จนเด็กหยุดหายใจ โดยรวมทั้งหมดไม่เกิน 2 ชั่วโมง เด็กที่ติดอยู่ในรถก็อาจจะเสียชีวิตได้

รถตากแดดไม่เกินครึ่งชั่วโมง อุณหภูมิในรถจะขึ้นมา 42 องศาฯ ความร้อนจะรั่วเข้าร่างกาย ร่างกายก็พยายามไล่ออก ไม่เกิน 2 ชั่วโมงจะหมดพลังและอุณหภูมิภายในร่างกายเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ

รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวว่า การลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียน หรือรถสาธารณะไม่น่าจะเกินขึ้นได้เลย เพียงผู้ขับขี่และผู้ดูแล เช็กชื่อเด็กที่ขึ้นมาบนรถและนับจำนวนเด็กขณะลงจากรถว่าครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งไม่น่าจะเกิน 15 คนต่อคัน

รถโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการภายนอก ทำให้โรงเรียนไม่รับผิดชอบเรื่องนี้เลย ทั้งที่ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ 30 ปีมาแล้ว ระบุให้ "รถโรงเรียน" ที่โรงเรียนเป็นผู้ประกอบการเอง หรือผู้ประกอบการภายนอกนั้น โรงเรียนจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด

ส่วนการสอนเด็กให้บีบแตร หรือเปิดประตูรถนั้น เด็กปฐมวัย (อายุน้อยกว่า 5-6 ปี) อาจยังเชื่อมโยงเหตุผลได้ไม่ดี เมื่อเกิดช่วงวิกฤตอาจไม่ได้นำความรู้ หรือทักษะมาใช้ อาจร้องและทุบกระจกจนหมดแรง

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ยังตั้งคำถามถึงเคสล่าสุดเด็กอายุ 7 ปี เสียชีวิตในรถ สามารถเชื่อมโยงเหตุผลและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นด้วยตัวเอง เป็นเรื่องน่าแปลก ปกติไม่เคยพบเคสเด็กอายุมากเท่านี้ อาจต้องตรวจสอบปัญหาอื่น ๆ เพิ่มเติม

รถโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการภายนอก ขาดหน่วยกำกับดูแล ถ้าโรงเรียนไม่ดูแลแล้ว ความหวังจะให้ขนส่งจังหวัดมาดูแล ก็เป็นเรื่องยาก

รศ.นพ.อดิศักดิ์ แนะหลักการ 3 ข้อ คือ ต้องจัดการสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยตั้งแต่แรก ผู้ดูแลต้องใกล้ชิดตลอดเวลา และสอนเด็กให้รู้ถึงจุดเสี่ยงและอันตราย โดยสอนให้เด็กกดแตรรถยนต์ให้เสียงดัง ใช้แอปพลิเคชันตรวจนับจำนวนรถเด็กขึ้น-ลงรถ ที่สำคัญให้คนขับตรวจนับจำนวนเด็กด้วยตัวเองทุกครั้ง และต้องมีระบบควบคุมการปฏิบัติงานของคนขับอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ หากพบเห็นเด็กถูกลืมไว้ในรถ ขอให้เรียกหาเจ้าของรถเพื่อให้มาเปิดรถโดยเร็ว กรณีที่ไม่พบเจ้าของรถขอให้คนรอบข้างช่วยเหลือ และโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ด.ญ.วัย 7 ขวบ เสียชีวิต ถูกลืมในรถรับ-ส่ง จ.ชลบุรี 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสำหรับคุณ

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ