ปิดคดี! ยกฟ้อง The Beach ให้กรมป่าไม้ฟื้นฟู "อ่าวมาหยา"

สิ่งแวดล้อม
16:01
จำนวนผู้ชม 1,784
ปิดคดี! ยกฟ้อง The Beach ให้กรมป่าไม้ฟื้นฟู "อ่าวมาหยา"
ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ตัดสินคดี The Beach "อ่าวมาหยา" ยกฟ้องอดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ และอดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ให้แต่งตั้งคณะทำงานทําแผนการแก้ไขฟื้นฟูนิเวศ ตามที่บริษัทหนังมอบเงิน 10 ล้านบาท นักวิชาการชี้สิ่งแวดล้อมฟื้นตัวเหตุปิดพื้นที่ไว้นาน

วันนี้ (13 ก.ย.2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลนัดฟังคำพิพากษาฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม คดีที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ (อบจ.) โจทก์ที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง (อบต.) โจทก์ที่ 2 กับพวกรวม 19 คน ร่วมกันยื่นฟ้องรมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำเลยที่ 1 กรมป่าไม้ จำเลยที่ 2 และอธิบดีกรมป่าไม้ จำเลยที่ 3

บริษัทซันต้า อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์มฯ จำเลยที่ 4 และบริษัททเวนตี้ เซนจูรี่ ฟอกซ์ฯ จำเลยที่ 5 ต่อแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลแพ่งความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

กรณีเมื่อปี 2541 มีการอนุมัติให้บริษัททำถ่ายภาพยนตร์ เรื่อง The Beach  เข้าไปตกแต่งเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ชายหาดอ่าวมาหยา บนเกาะพีพี ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เพื่อใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดิม

 

ภาพประกอบข่าว ปิดคดี! ยกฟ้อง The Beach ให้กรมป่าไม้ฟื้นฟู

ยกฟ้อง รมว.เกษตรฯ-ปลอดประสพ

โจทก์จึงขอให้มีคำพิพากษาให้คำสั่ง จำเลยที่ 1 ถึง 3 ที่อนุญาตจำเลยที่ 4 เข้าไปถ่ายภาพยนตร์เป็นโมฆะ ให้จำเลยร่วมกันวางเงินประกันค่าความเสียหาย หากจำเลยไม่วางเงินขอให้ศาลมีคำสั่งกระทำการใดๆ เพื่อตกแต่งอ่าวมาหยา ขอให้จำเลยที่ 1 ถึง 3 เพิกถอนใบอนุญาตจำเลยที่ 4 ถึง 5 เข้าถ่ายทำภาพยนตร์ และขอให้จำเลยร่วมกันปรับปรุงแก้ไขสภาพชายหาดมาหยา กลับคืนสภาพเดิมตามธรรมชาติ

โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ปรับปรุงแก้ไข หาด มาหยา ให้กลับคืนสภาพเดิมตามธรรมชาติ โดยให้จำเลยที่ 2 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทําแผนการแก้ไขฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน บริเวณอ่าวมาหยา ประกอบด้วยโจทก์ที่ 1 ถึง 2 ผู้เชี่ยวชาญ ที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งในคดีนี้

และผู้แทนจากภาคเอกชนตามที่จำเลยที่ 2 เห็นสมควรภายใน 30 วันนับแต่วันอ่านคำพิพากษา เพื่อเสนอแผนการฟื้นฟูระบบนิเวศนี้ และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนบริเวณอ่าวมาหยาต่อศาล เพื่อพิจารณาการปฏิบัติตามแผนคณะทํางาน

ภาพประกอบข่าว ปิดคดี! ยกฟ้อง The Beach ให้กรมป่าไม้ฟื้นฟู

ให้ทำแผนฟื้นฟูอ่าวมาหยา  

สำหรับจำเลยที่ 4 ถึง 5 ให้รับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ฉบับลงวันที่ 27 ก.พ.2562 ซึ่งตามสัญญา จำเลยที่ 5 ประสงค์ และยินดีจะช่วยเหลืออนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยมอบเงิน 10 ล้านบาท เพื่อให้โจทก์ที่ 1 ถึง 2 นำไปใช้เพื่อการอนุรักษ์ตามอำนาจหน้าที่ และโจทก์ที่ 1 จะรายงานผลการปฏิบัติงานต่อศาลทุกกำหนด 1 ปีเป็นเวลา 3 ปีหรือจนกว่าเงินจะหมด

อ่านข่าวเพิ่ม จับตา! ศาลฎีกา ตัดสินคดี The Beach ทำลาย "อ่าวมาหยา" พัง

ส่วนจําเลยที่ 1 และที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

จำเลยยื่นอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ภาพประกอบข่าว ปิดคดี! ยกฟ้อง The Beach ให้กรมป่าไม้ฟื้นฟู

 

ต่อมาโจทก์ที่ 1 ถึง 2 ยื่นฎีกา โดยคำพิพากษาศาลฎีกา สรุปว่า ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ทั้งนี้จนกว่า หาดมาหยา มีสภาพเดิมตามธรรมชาติ ตามที่จำเลยที่ 2 และคณะทำงานเพื่อทำแผนการแก้ไขฟื้นฟูและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน บริเวณอ่าวมาหยา เห็นชอบร่วมกัน หรือตามที่ศาลเห็นสมควร ในกรณีที่จำเลยที่ 2 และคณะทำงานดังกล่าว ไม่สามารถเห็นชอบร่วมกันได้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ทั้งนี้การปฏิบัติตามคำพิพากษาฎีกา ให้จำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามคำพิพากษาฎีกาภายใน 30 วัน มิฉะนั้นจะถูกบังคับตามคำพิพากษาตามขั้นตอนกฎหมาย

ชี้อ่าวมาหยาฟื้นตัวดี-ปิดตั้งแต่เกิดปัญหา 

ถ้าเทียบช่วงที่มาถ่ายทำภาพยนตร์ในปี 2541 ยอมรับว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นมาก ทั้งชายหาด และพันธุ์ไม้ชายหาด เช่น พลับพลึงทะเล เตยทะเล แต่ถ้าให้ประเมินสภาพตอนนี้ทุกอย่างฟื้นฟูดีเกิน

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ นายศักดิอนันต์ ปลาทอง อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอกถึงคดีดังกล่าวว่า หลังจากที่เคยมีโอกาสเข้าพื้นที่ ยอมรับว่าการถ่ายทำภาพยนตร์สร้างความเสียหายกับพื้นที่ค่อนข้างมาก

ภาพประกอบข่าว ปิดคดี! ยกฟ้อง The Beach ให้กรมป่าไม้ฟื้นฟู

 

ภาพการขุดอ่าวมาหยา ปรากฏต่อสาธารณชน มีการนำเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น รถแบ็กโฮ ขุดชายหาด และสันทราย พันธุ์ไม้ชายหาด เช่น รักทะเล พลับพลึงทะเล เตยทะเล ผักบุ้งทะเล ถูกขุดเคลื่อนย้ายออกไป

เมื่อถามว่าสภาพปัจจุบัน นักวิชาการระบุว่า กรณีอ่าวมาหยา จุดดีคือหลังจากมีการประท้วงเกิดขึ้น กรมป่าไม้ ตอนนั้นสั่งปิดฟื้นที่ในช่วงคดีไว้นาน ไม่ให้ใครเข้าไปเหยียบย่ำซ้ำ และมีการทำแนวทางเดินไว้ชัดเจน จากเดิมบนหาดมาหยา ให้มีการกางเต็นท์ ก่อกองไฟ แต่เมื่อปิดพื้นที่ไม่มีการรบวนการจากนักท่องเที่ยวทำให้ฟื้นจากจุดเดิมไปเยอะ

ถ้าทิ้งเวลาธรรมชาติ สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ ทั้งป่าชายหาด และแนวปะการัง อาจจะถือเกินกว่าจุดดั้งเดิมด้วยความที่ไม่ได้เปิดให้ใช้พื้นที่ เพราะมีหลักฐานสำคัญทางคดี ธรรมชาติเลยฟื้นตัวดี 
ภาพประกอบข่าว ปิดคดี! ยกฟ้อง The Beach ให้กรมป่าไม้ฟื้นฟู

 

นายศักดิ์อนันต์ ระบุอีกว่า บทเรียนจาก The Beach คือข้อควรระวังที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปใช้พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติในถ่ายภาพยนตร์ โดยเฉพาะจุดที่เปราะบางต่อระบบนิเวศ ไม่ควรเข้าไปแตะต้อง ไม่ควรเปลี่ยนสภาพ เพราะระบบนิเวศชายหาด ถ้าเสียหายแล้วฟื้นฟูยาก 

ในยุค 20 ปีก่อนยังมีความคลุมเครือในเชิงกฎหมาย จึงอาจมีช่องว่างเรื่องการอนุมัติ ที่สำคัญอยากย้ำว่าการโซนนิ่ง พื้นที่สำคัญที่เคยถูกกำหนด และสงวนธรรมชาติไว้ไม่ควรให้ใช้ประโยชน์  

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"อ่าวมาหยา" สวรรค์อันดามัน กับการกลับมาของ "ฉลามหูดำ"