บทความ : มหาวิทยาลัยไทยในเงาจีน

สังคม
11:30
จำนวนผู้ชม 2,106
บทความ : มหาวิทยาลัยไทยในเงาจีน
แต่ละปีสาธารณรัฐประชาชนจีน มีศักยภาพรับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ประมาณ 6 ล้านคน สวนทางกับจำนวนความต้องการของนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา

การแข่งขันเพื่อแย่งชิงเก้าอี้ในมหาวิทยาลัย ส่งผลให้แต่ละปีจะมีนักเรียนจีนที่ผิดหวัง จากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีละ 3-4 ล้านคน

นอกจากการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศแล้ว รัฐบาลจีนยังสนับสนุนให้คนจีนไปเรียนในต่างประเทศ ด้วยหวังว่าจะสร้างคนให้เกิดความเข้าใจ สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ของแต่ละประเทศ

ประเทศที่นักเรียนจีน นิยมเดินทางไปศึกษาต่อ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย อังกฤษ ยุโรป และจีน ยังให้ความสนใจมาเรียนในประเทศไทยด้วย

นักธุรกิจจีนจึงเข้ามาลงทุน “ธุรกิจการศึกษา” ร่วมกับมหาวิทยาลัยเอกชนในไทย หลายแห่ง หนึ่งในนั้น คือ มหาวิทยาลัยเกริก

ภาพประกอบข่าว บทความ : มหาวิทยาลัยไทยในเงาจีน

ม.เกริกได้ไปต่อหลังร่วมทุนจีน?

สภาพแวดล้อมโดยรอบมหาวิทยาลัยเกริก เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนาย หวัง ฉาง
หมิง นักธุรกิจชาวจีนเข้ามาถือหุ้นใหญ่

ข้อความภาษาจีนขนาดใหญ่ บ่งบอกได้ว่า ที่นี่มีนักศึกษาต่างชาติมาเรียน โดยเฉพาะชาวจีนจำนวนไม่น้อย ทั้งการเรียนการสอนแบบ Online และ Onsite

ทีมข่าวไทยพีบีเอสได้รับอนุญาต ให้เข้าไปสังเกตบรรยากาศการเรียนการสอนในห้องเรียนนักศึกษาจีน มี ศ.นพ.กระแส ชนะวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก เข้าร่วมบรรยายในฐานะอาจารย์ ส่วนนักศึกษาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนในไทย และสนใจความสัมพันธ์ไทย-จีน

ภาพประกอบข่าว บทความ : มหาวิทยาลัยไทยในเงาจีน

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีประสบการณ์ทำธุรกิจการศึกษาในไทย

ศ.นพ.กระแส ชนะวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก ผู้บริหารมหาวิทยาลัยในวัย 90 ปี เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ มหาวิทยาลัยเกริก เป็นเพียงนักธุรกิจชาวจีนคนหนึ่ง ชื่อ นายหวัง ฉางหมิง วัย 50 กว่าปี มีประสบการณ์ด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน เป็นคนจีนอาศัยอยู่ประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี

และยังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการปรับหลักสูตร ทำ MOU กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในจีน เพื่อให้คนจีนมาเรียนที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ปัจจุบันนี้มีนักศึกษาจีนมากถึง 3,000 คน

นอกจากนี้ นายหวัง ยังร่วมลงทุนกับมหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่ง และเป็นพันธมิตรที่ดีกับมหาวิทยาลัยรัฐบางแห่งอีกด้วย

ล่าสุดเขายังเดินหน้าสร้างโรงเรียนจีนนานาชาติ เพื่อรองรับบุตรหลานคนจีนเดินทางมาทำงานกับครอบครัวในไทย เพราะนายหวัง มีประสบการณ์ด้านธุรกิจด้านการศึกษา จึงทำให้เจ้าของมหาวิทยาลัยเกริกตัดสินใจร่วมทุน ไม่ใช่แค่เพื่อความอยู่รอดอย่างเดียว

ภาพประกอบข่าว บทความ : มหาวิทยาลัยไทยในเงาจีน
คนตื่นเต้นว่า คนจีนจะมาฮุบมหาวิทยาลัยเกริก นายกสภามหาวิทยาลัยก็เป็นคนไทยเป็นอดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาก่อน รักประเทศชาติ รักคนไทย ส่วนอธิการบดีก็คนปัจจุบันผมก็คนไทย

ไทยหมุดหมายทำธุรกิจการศึกษาของจีน

แม้ว่านักวิชาการอาจจะวิพากษ์วิจารณ์ว่า การศึกษาไทยล้มเหลว เพราะทุนจีนเข้าซื้อกิจการมหาวิทยาลัยเอกชน แต่ นพ.กระแสไม่คิดเช่นนั้น มหาวิทยาลัยไทยถูกครอบงำจริงหรือไม่ ? เป็นคำถามที่ผู้บริหารในวัย 90 ปี ต้องตอบสังคมตลอดหลายปีที่ผ่านมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นพ.กระแส ระบุว่า ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ไม่มีใครสามารถยังยั้งปัญหาได้ เมื่อมีนักศึกษาน้อยลง ปัญหาก็เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยไทยต่าง ๆ ไม่ใช่แค่เอกชนแต่มหาวิทยาลัยก็กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน หากไม่มีการร่วมทุนกับคนจีนมหาวิทยาลัยก็จำเป็นต้องปิดตัวลง รวมทั้ง ม.เกริกด้วยเช่นเดียวกัน

ความจริงคนจีนก็เหมือนชาติต่าง ๆ ในโลกนี้ ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมืองไทยมานานแล้ว แต่คนจีนเข้ามาในเมืองไทยได้มากขึ้นและเร็วขึ้น เพราะระยะทางใกล้ และฐานะคนจีนทุกวันนี้ก็ดีขึ้น และเห็นว่าเมืองไทยก็เป็นประเทศน่าลงทุนทางการศึกษา
ภาพประกอบข่าว บทความ : มหาวิทยาลัยไทยในเงาจีน

แม้จะถูกมองว่า มหาวิทยาลัยเกริกรอด เพราะอยู่ในเงาจีน แต่ในฐานะผู้บริหารที่ทำธุรกิจการศึกษามาอย่างยาวนาน นพ.กระแส กลับเชื่อว่า สิ่งที่จะประโยชน์จากการร่วมทุนกับจีน คือ คุณภาพความเข้มแข็งทางด้านการศึกษา จากอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติ มาช่วยกันสอนนักศึกษา

นอกจากนี้คุณภาพของนักศึกษาไทย หลังจากเปิดหลักสูตรนานาชาติยังดีขึ้นกว่าเดิม เพราะนักศึกษาได้สังคม แลกเปลี่ยนจากต่างชาติ ต่างศาสนาทำให้เกิดภาวะผู้นำต่อยอดความสำเร็จในชีวิต

เมื่อคุณอยากกินขนม เราก็ต้องทำขนมขายให้ คนจีนอยากมาเมืองไทยมาเรียนก็มี แต่ก็ไม่เยอะถ้าเทียบกับ 1,400 ล้านคนของจีน มาไทย 2-3 หมื่นคน ส่วนออสเตรเลียมีนักศึกษาจีนกว่า 300,000 คน เขาก็ยังอยากให้เข้ามาอีก

หลังจากร่วมทุนกับ นายหวัง ฉางหมิง มหาวิทยาลัยเกริก เดินหน้า MOU กับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในจีน มากกว่า 100 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนด้านการศึกษาไทย-จีน ส่วนหลักสูตรการเรียนการสอน และคุณภาพของบุคคลากรมีทั้งคนไทยและจีน โดยมีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด

รวมทั้งการร่วมทุนเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย นพ.กระแสมองว่า การทำธุรกิจการศึกษาของคนจีนไม่ได้เป็นเรื่องซับซ้อน เพราะเป้าหมายสำคัญ คือการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาไทยให้ทัดเทียมต่างประเทศ