เตือนภัย! พบผู้ต้องสงสัยปาหินใส่รถเชิงสะพานตากสิน

อาชญากรรม
20:17
จำนวนผู้ชม 660
เตือนภัย! พบผู้ต้องสงสัยปาหินใส่รถเชิงสะพานตากสิน
เกิดเหตุปาก้อนหินใส่รถบริเวณเชิงสะพานตากสิน คืนเดียวมีผู้เสียหายถึง 2 คน ล่าสุดตำรวจสอบปากคำผู้ต้องสงสัยที่อยู่บริเวณนั้นในช่วงเกิดเหตุ แต่ยังให้การปฏิเสธ เบื้องต้นพบว่าเคยก่อคดีลักษณะนี้มาก่อน

วันนี้ (17 พ.ค.2566) มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์จังหวะที่ก้อนหินถูกปามาจากบริเวณพุ่มไม้ เชิงสะพานตากสิน ฝั่งธนบุรี เขตคลองสาน กทม. ซึ่งก้อนหินทะลุกระจกเฉียดบริเวณหัวไหล่ของคนนั่งข้างคนขับ ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าและแขนมีร่องรอยเศษกระจกบาด ล่าสุดอาการปลอดภัย

ภาพประกอบข่าว เตือนภัย! พบผู้ต้องสงสัยปาหินใส่รถเชิงสะพานตากสิน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บเล่าว่า เส้นทางนี้ใช้ประจำทุกวัน และไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ

"ไทยพีบีเอส" สำรวจจุดเกิดเหตุบริเวณเชิงสะพานตากสิน พบว่า จุดนี้คือเกาะกลางถนนที่ปรับภูมิทัศน์เป็นสวนสาธารณะ และเชื่อมต่อกับที่จอดรถขยะของสำนักงานเขตคลองสาน ซึ่งชาวบ้านเขตคลองสาน กทม. ให้ข้อมูลว่า จุดนี้ค่อนข้างมืด เปลี่ยว แต่ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน

ภาพประกอบข่าว เตือนภัย! พบผู้ต้องสงสัยปาหินใส่รถเชิงสะพานตากสิน

พ.ต.อ.ฉัฐกิตติ์ ผดุงจันทน์ธนัย ผู้กำกับการ สน.สำเหร่ ระบุว่า ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบผู้ต้องสงสัยที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องสงสัยคนนี้เป็นคนเดียวกับที่เคยก่อเหตุลักษณะนี้เมื่อปี 2558 ซึ่งหลังถูกจับตัวไปดำเนินคดีก็หายไปจากพื้นที่ ก่อนย้อนกลับมาพักอาศัยในบริเวณนี้อีกครั้ง โดยผู้ต้องสงสัยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวชมาก่อน

ผกก.สน.สำเหร่ เปิดเผยอีกว่า วันเกิดเหตุพบผู้เสียหาย 2 คน คือ ผู้ขับขี่รถกระบะและรถจักรยานยนต์เข้ามาแจ้งความ หลังจากนี้ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับและดำเนินคดี เบื้องต้นต้องปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยไปก่อน และหากมีหลักฐานเพียงพอจะนำตัวมาดำเนินคดี

ภาพประกอบข่าว เตือนภัย! พบผู้ต้องสงสัยปาหินใส่รถเชิงสะพานตากสิน

อ่านข่าวอื่นๆ

กองปราบฯ จับอดีต จนท.กงสุลไทยปลอมแปลงวีซาให้ นศ.จีน

ตร.ตรวจสอบเส้นทางเงิน "แอม" เชื่อมโยง 12 บุคคล

ฆ่านักธุรกิจจีนเจ้าของโรงงานไม้ยาง คารีสอร์ต จ.ตรัง