จับสัญญาณรัฐบาลจีนส่งถึงรัฐบาลเมียนมา
เนื้อหาในเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศเมียนมา วันที่ 4 พ.ค. 2566 เผยแพร่ข่าวระบุว่า ในช่วงที่นายฉิน กัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนประเทศเมียนมา ได้ขอให้ฝ่ายเมียนมาปราบปรามอาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ โดยชี้ให้เห็นว่า เครือข่ายหลอกลวงผ่านระบบโทรคมนาคมฝังตัวอยู่ในพื้นที่ชายแดนเมียนมาเป็นระยะเวลานาน ละเมิดผลประโยชน์ของชาวจีนอย่างร้ายแรง และชาวจีนไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก
รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และมุ่งมั่นจะปราบปรามอย่างเด็ดขาด จึงต้องการให้ฝ่ายเมียนมา ประสานงานหน่วยงานต่างๆ เพื่อเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีกลุ่มอาชญากรเหล่านี้ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างจีน เมียนมา และไทย รวมถึงช่วยเหลือชาวจีนที่ติดอยู่ภายในได้ทันท่วงที
โดยฝ่ายเมียนมา ระบุว่า ยินดีกระชับความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคงของจีน เพื่อปราบปรามกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น การฉ้อโกงทางไซเบอร์ในพื้นที่ชายแดน และการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน
รัฐบาลเมียนมาระงับสัมปทานไฟฟ้า 2 เมืองสแกมเมอร์ติดไทย
วันที่ 29 พ.ค. 2566 มีรายงานว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ส่งหนังสือถึงนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ขอให้ยกเลิกการส่งกระแสไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเมยไปยังพื้นที่การลงทุนขนาดใหญ่ของชาวจีนที่บ้านชเวโก๊กโก่ เขตอิทธิพลของทหารกะเหรี่ยงพิทักษ์ชายแดน (กะเหรี่ยงบีจีเอฟ) ซึ่งเป็นพันธมิตรกับทหารเมียนมาจำนวน 2 จุด ได้แก่
- บริเวณตรงข้ามบ้านวังผา อ.แม่ระมาด จ.ตาก ไปยังบ้านก๊กโก่ จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ที่ตั้งของเมืองชเวโก๊กโก่ของกลุ่มทุนจีน YATAI International Holding Group (YATAI IHG)
- บริเวณตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง อ.แม่สอด จ.ตาก ไปยังบ้านเลเกคอ จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ที่ตั้งของเมือง KK หรือ AA หรือ Saixegang Industrial Zone ของนายหวัน ค็อกคอย อดีตหัวหน้ากลุ่ม 14K ซึ่งเป็นกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ
เหตุผลที่ระบุในหนังสือที่เรียนมายังผู้ว่าราชการจังหวัดตากคือ ทางการเมียนมาไม่ต่อสิทธิสัมปทานการจำหน่ายไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งนี้ ในวันที่ 5 มิ.ย. 66
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 สำนักข่าวของจีนรายงานว่า นายเฉิน ไห่ เอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมา เข้าพบพลโทซอ ตู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเมียนมาที่เมืองเนปิดอว์ เพื่อหารือเรื่องการร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรม เช่น การฉ้อโกงผ่านระบบโทรคมนาคม การพนันข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศ และการปราบปรามยาเสพติด การพบปะกันในครั้งนี้ห่างจากการเยือนของนายฉิน กัง เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น
เปิดสัมปทานขายไฟฟ้าเมืองทุนจีนติดชายแดนไทย
การขายไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเมยไปยังเมืองชเวโก๊กโก่ และเมือง KK เป็นการซื้อขายไฟแบบรัฐต่อรัฐ โดยรัฐบาลเมียนมาจะให้สัมปทานกับบริษัทเอกชน เพื่อนำมาลงนามซื้อขายไฟฟ้ากับไทยอีกทอดหนึ่ง
ตั้งแต่ปี 2561 บริษัท Shwe Myint Thaung Yinn Industry & Manufacturing Company Limited (บริษัท SMTY จำกัด) คือผู้ได้รับสัมปทานลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า กับ กฟภ.
เริ่มแรกปริมาณการซื้อขายไฟฟ้า ณ จุดซื้อขาย บ.ท่าวังผา อ.แม่ระมาด จ.ตาก – บ.ก๊กโก่ หรือเมืองชเวโก๊กโก่ จ.เมียวดี อยู่ที่ 2 เมกะวัตต์ แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 8 เมกะวัตต์ และมีความต้องการเพิ่มเป็น 10 เมกะวัตต์ แต่สัมปทานการซื้อขายไฟฟ้าสิ้นสุดลงเสียก่อน
ส่วนจุดซื้อขาย บ.แม่กุใหม่ท่าซุง อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจ่ายไฟฟ้าไปยัง บ.เลเกคอ จ.เมียวดี ที่ตั้งเมือง KK ปริมาณการซื้อขายไฟเริ่มแรกอยู่ที่ 2.5 เมกะวัตต์ และเพิ่มขึ้นเป็น 8 เมกะวัตต์ในภายหลัง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกองวางแผนวิสาหกิจ กฟภ. ปี 2563 ระบุว่ารายได้จากการขายไฟทั้ง 2 จุด อยู่ที่ประมาณ 82 ล้านบาท ซึ่งในขณะนั้น จุดซื้อขายไฟ บ.แม่กุใหม่ท่าซุงยังอยู่ที่ 2.5 เมกะวัตต์
หลังจากรัฐบาลเมียนมาไม่ต่อสัมปทานให้กับบริษัทเอกชน ทำให้ กฟภ. ไม่สามารถขายไฟฟ้าให้กับทั้ง 2 จุดได้อีกต่อไป แต่มีข้อมูลว่า ตัวแทนกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟและบริษัทเอกชนที่เคยได้รับสัมปทานได้เดินทางไปยังเมืองเนปิดอว์เพื่อต่อรองกับรัฐบาลเมียนมา ทว่า คำตอบยังเป็นเช่นเดิม คือ ยุติสัมปทาน และแจ้งทางการไทยผ่านสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทยว่า ให้ยุติการจำหน่ายไฟฟ้าได้ทันที
2 เมืองทุนจีนไม่สะเทือน หลังไทยยุติขายไฟ
จากการสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสในช่วงเวลา 23.30 น. ของวันที่ 5 มิ.ย. เป็นต้นมา พบว่า เมื่อพ้นเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 6 มิ.ย. เมืองชเวโก๊กโก่ไฟดับทั้งเมืองประมาณ 30 วินาที ก่อนที่ไฟฟ้าตามโรงแรมและกาสิโนจะกลับมาติดได้เพียงครู่เดียวเและดับลงอีกครั้ง จากนั้น ไฟฟ้าตามตึกขนาดใหญ่ต่างๆ จึงกลับมาทำงาน ส่วนบริเวณรอบๆ มืดเกือบจะสนิท
จากการคาดการณ์โดยสายตาของผู้สื่อข่าวที่สังเกตการณ์อยู่ชายแดนไทย พบว่า ประมาณร้อยละ 40 ของเมืองชเวโก๊กโก่เท่านั้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้ยังเห็นบางส่วนของเมืองสว่างไสวอยู่ ยกเว้นไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เคยทำงานตลอด 24 ชั่วโมงที่หยุดชะงักลงทันที เช่นเดียวกับสถานบันเทิง และร้านอาหารบางแห่งที่ไม่มีไฟฟ้าสำรอง
สาเหตุที่บางส่วนของเมืองชเวโก๊กโก่ยังมีไฟฟ้าใช้อยู่ เนื่องจากช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีการสำรองไฟฟ้าไว้บางส่วน พร้อมกับใช้เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่เข้ามาบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
อย่างไรก็ตามพบประกาศในกลุ่มพูดคุยของเมืองชเวโก๊กโก่ผ่านแอปพลิเคชัน telegram ที่ระบุว่า เครื่องปั่นไฟจะหยุดทำงานในช่วงเวลา 05.00-08.00 น. ของทุกวันเพื่อบำรุงรักษาเครื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ตัวเมืองด้านในที่อยู่ได้ด้วยเครื่องปั่นไฟ ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ในช่วงเวลาดังกล่าว
อีกจุดหนึ่ง คือ เมือง KK ที่นี่ต่างกับชเวโก๊กโก่ตรงที่ สถานการณ์เป็นปกติ ไฟฟ้าไม่กระชาก ไฟไม่ดับ ทั้งนี้ ทาง กฟภ. ยืนยันว่ายุติการจำหน่ายไฟในจุดนี้แล้ว
ทีมข่าวไทยพีบีเอสได้สัมภาษณ์ชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการตัดไฟ พวกเขายอมให้สัมภาษณ์โดยขอไม่เปิดเผยตัวตนเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย
คนแรกให้ความเห็นว่า การตัดไฟฟ้าอาจช่วยชะลอการเติบโตของเมืองทุนจีนทั้งชเวโก๊กโก่ และ KK ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะทั้งสองเมืองมีวิศวกรที่เก่งพอจะจัดการปัญหาขาดแคลนพลังงาน และมีเงินทุนมหาศาลที่จะซื้อหรือจัดหาพลังงานทดแทน
คนที่สองให้ความเห็นว่า นี่อาจเป็นแค่หน้าฉากของรัฐบาลเมียนมาที่พยายามแสดงให้นานาชาติเห็นว่าจัดการกับศูนย์กลางสแกมเมอร์ข้ามชาติที่เป็นแหล่งซ่องสุมอาชญากร และหลอกลวงคนประเทศต่างๆ มาทำงาน แต่กลับให้กะเหรี่ยงบีจีเอฟบริหารและหาประโยชน์จากเมืองทุนจีนในพื้นที่ได้ต่อไป
ก่อนหน้านี้ ไทยพีบีเอสเคยรายงานว่า เมืองชเวโก๊กโก่ อยู่ในพื้นที่กองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟของ พ.อ. ชิต ตุ ผู้นำกองกำลังฯ ขณะที่เมือง KK อยู่ในพื้นที่อิทธิพลของ พ.ต.เต่ง วิน รองผู้บังคับกองพันกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟ ซึ่งต่อมาพบข้อมูลว่าเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท SMTY จำกัด ผู้ได้รับสัมปทานซื้อขายไฟฟ้าทั้งสองจุด
แต่ชาวกะเหรี่ยงทั้งสองคนยืนยันว่าประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่มากนัก เพราะไม่ใช่บ้านทุกหลังที่เข้าถึงไฟฟ้าที่ซื้อจากไทย และค่าไฟก็แพงมาก เมื่อเทียบกับรายได้ของประชาชนในฝั่งจังหวัดเมียวดี
ความเห็นนี้ตรงข้ามกับข้อมูลของทางการไทยที่ระบุว่า การตัดไฟจะส่งผลกับชาวบ้านร้อยละ 80 ส่วนเมืองทุนจีนได้รับผลกระทบเพียงร้อย 20 เท่านั้น โดยอ้างว่าไฟฟ้าส่วนใหญ่ส่งให้ประชาชนใช้ ไม่ใช่เมืองทุนจีนที่สว่างไสวและมีธุรกิจออนไลน์ทั้งกาสิโนและสแกมเมอร์
มีรายงานว่า เกิดความพยายามขอให้ กฟภ. ยืดระยะเวลาการตัดไฟออกไปอีก 3 เดือนโดยอ้างเหตุผลด้านมนุษยธรรม แต่ทาง กฟภ.ยืนยันว่าไม่สามารถทำได้
ชเวโก๊กโก่ และ KK เมืองคู่แฝดศูนย์กลางสแกมเมอร์ข้ามชาติ
ในปี 2560 นายเสอ เจ้อเจียง (She Zhijiang) ก่อตั้ง YATAI IHG ร่วมกับนักธุรกิจชาวจีนสองคน คือนายหม่า ตงหลี่ (Ma Dongli) และนายซ่ง เป้าเจีย (Zhong Baojia) และลงทุนสร้างเมืองชเวโก๊กโก่ขึ้นมา เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ชายแดนไทย-เมียนมาด้วยกาสิโนหรู ตึกสูงเสียดฟ้าริมแม่น้ำเมย
ไทยพีบีเอสพบว่า ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมากลุ่มทุน YATAI IHG พยายามเข้ามาเสนอแนวคิดสร้างเมืองคู่แฝดใน อ.แม่สอด จ.ตาก ของไทย โดยเข้าหารือกับข้าราชการระดับสูง และนักการเมืองท้องถิ่นใน อ.แม่สอด แต่สุดท้ายโครงการนี้ไม่เคยเกิดขึ้น จากข้อจำกัดต่างๆ ของกฎหมายไทยและความไม่ชัดเจนของรูปแบบโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตากของไทย
การเดินทางพบปะหารือเพื่อขายแนวคิดของกลุ่มทุน YATAI IHG ชะงักลงในช่วงการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากด่านพรมแดนระหว่างสองประเทศปิดชั่วคราว แต่ต่อมาพบว่า ในวันที่ 28 เม.ย. 2565 กลุ่มทุน YATAI IHG เข้ามาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร และกาสิโนถูกกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ผ่านการประชุมออนไลน์ โดยเสนอว่าทางบริษัทฯ สนใจ สร้างเมืองใหม่อัจฉริยะที่ อ.แม่สอด นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าครอบครองหรือ take over โครงการ Bangkok Smile Square ตึก 32 ชั้น ในย่านใจกลางกรุงเทพ บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มีแผนทำเป็น Entertainment Complex
นายเสอ ถูกตำรวจสากลออกหมายจับเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2564 จากข้อหาหลอกประชาชนในหลายประเทศผ่านการพนันออนไลน์มูลค่าหลักพันล้านบาท และถูกจับที่ประเทศไทยเมื่อเดือน ส.ค.2565 ขณะรับประทานอาหารกับบุคคลในแวดวงชั้นสูงของไทย
ล่าสุด ศาลอาญามีคำสั่งเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2566 ให้ส่งตัว นายแส จิ้นเจียง หรือ นายเสอ เจ้อเจียง เป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีน ตามคำร้องขอของรัฐบาลจีน เพื่อดำเนินคดีฐานความผิดฐานเปิดบ่อนกาสิโนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เขตอุตสาหกรรมไซซีกังถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2563 ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านกุใหม่ท่าซุง ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนหน้านี้เรียกว่าเมือง AA ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเมือง KK บ้างเรียก KK Park
ผู้ลงทุนสร้างเมืองใหม่เพื่อเป็นฐานทำงานกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์เกือบทุกรูปแบบ คือนายหวัน ค็อกคอย (Wan Kouk-Koi) อดีตหัวหน้ากลุ่ม 14K จากมาเก๊า
เมือง KK เติบโตอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีนัก โดยเฉพาะเรื่องการลักพาตัวชาวต่างชาติจากหลายประเทศ เช่น อินเดีย เคนย่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ฯลฯ มาทำงานเป็นสแกมเมอร์ โดยส่วนใหญ่โฆษณาผ่านเฟซบุ๊กและสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ว่าต้องการหาคนทำงาน ค่าตอบแทนสูง สถานที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ
ผู้เสียหายเล่าว่า พวกเขาเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิมายัง อ.แม่สอด และ ถูกพาข้ามแม่น้ำเมย จากนั้นถูกบังคับใช้แรงงานให้ทำงานเป็นสแกมเมอร์ หากทำไม่ได้จะถูกทำร้ายร่างกาย และเรียกค่าไถ่จากครอบครัวเป็นเงินหลักแสนบาท หากต้องการให้ปล่อยตัวกลับประเทศ
ทั้งเมืองชเวโก๊กโก่ และ KK ต่างได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการสแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และเป็นแหล่งซ่องสุมของเหล่าอาชญากร ส่งผลให้ทั้งสองเมืองกลายเป็นภัยคุกคามระดับโลก อ้างอิงจากรายงาน Myanmar’s Criminal Zones: A Growing Threat to Global Security ของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา (USIP) ที่เผยแพร่ในปี 2565
ท่าทีไทยต่อการหยุดส่งไฟฟ้าเมืองทุนจีน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์สั้นๆก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2566 ว่า กฟภ.ชะลอการส่งกระแสไฟฟ้า จนกว่าจะมีข้อยุติเรื่องสัมปทาน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบต่อคนไทย
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งเคยอภิปรายเรื่องทุนจีนสีเทาเชื่อมโยงกับเมืองชเวโก๊กโก่ เมื่อเดือน ก.พ. 2566 ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสว่า ไทยควรทบทวนนโยบายการส่งไฟฟ้าไปขายยังเมืองที่เป็นแหล่งธุรกิจสีเทาเพราะเปรียบเสมือนเป็นการสนับสนุนธุรกิจผิดกฎหมาย
เขามองว่าหนึ่งในเป้าหมายหลักของธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศเมียนมา คือ คนไทย ทั้งการหลอกลวงให้สูญเงิน รวมถึงหลอกลวงให้ไปทำงาน หลายคนตกเป็นผู้เสียหายของขบวนการค้ามนุษย์ โดยที่ผ่านมาหน่วยงานความมั่นคงไทยมีข้อมูลแต่กลับปล่อยให้ธุรกิจเหล่านี้เกิดขึ้น ที่สำคัญคือธุรกิจเหล่านี้ได้ประโยชน์โดยตรงจากไฟฟ้าที่ส่งจากประเทศไทยเพื่อใช้หล่อเลี้ยงให้ธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ ดำเนินต่อไปได้
คนที่สูญเสียมากที่สุดคือไทยเอง เราอาจดูเหมือนได้กำไรจากการขายไฟฟ้าอยู่บ้าง แต่มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ สูญเสียเงินจากการถูกสแกม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำร้ายประเทศไทย
นายรังสิมันต์ยังวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีว่าทำงานล่าช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยกเลิกส่งขายไฟฟ้าไปยังเมืองทุนจีนสีเทาในประเทศเมียนมา แม้แต่การระงับจ่ายไฟฟ้าครั้งนี้ก็เกิดจากรัฐบาลเมียนมาตัดสินใจไม่ต่ออายุสัมปทาน ทั้งที่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดแล้วว่าหนึ่งในผู้ลงทุนทำธุรกิจในเมืองที่ซื้อไฟฟ้าจากไทย คือ นายเสอ เจ้อเจียง ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากลซึ่งถูกจับกุมตัวได้ในไทยก่อนถูกส่งต่อไปให้ประเทศจีนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน
ทำไมเราไม่ใช้เป็นเงื่อนไขในการที่บอกว่า สัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบนี้มันทำไม่ได้ เพราะถ้าเกิดเราส่งไฟฟ้าต่อไปมันไม่ต่างกับเราเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดธุรกิจผิดกฎหมายที่มาทำร้ายคนไทยเสียเอง รัฐบาลไทยต้องมีท่าทีในการปฏิเสธไม่ส่งไฟฟ้าต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเรารู้ว่าธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย
นอกจากพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังมีสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่น ๆ ของไทยที่ถูกกลุ่มธุรกิจสีเทานำไปใช้ประโยชน์ เช่น สัญญาณโทรศัพท์มือถือซึ่งหลายพื้นที่พบว่าสัญญาณโทรศัพท์ของไทยล้ำเข้าไปในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน กลายเป็นช่องทางให้กลุ่มสแกมเมอร์ที่อยู่บริเวณรอยต่อชายแดนทั้งฝั่งเมียนมาและกัมพูชาสามารถใช้หมายเลขโทรศัพท์ของไทยติดต่อเพื่อหลอกคนไทย
“เราต้องยอมรับว่าวันนี้บทบาทของไทยที่เป็นอยู่มันเอื้อต่อการสร้างอาชญากรข้ามชาติไม่ใช่แค่ทำร้ายคนไทย แต่มันทำร้ายคนชาติอื่นๆด้วย สิ่งที่เราต้องทำ คือ ใช้สิ่งที่เรามีในการหยุดยั้งอาชญากร ถ้าไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเทอร์เน็ต ผมคิดว่าอาชญากรพวกนี้แทบไม่สามารถดำรงอยู่ได้เพราะว่ามันเป็นการเพิ่มต้นทุนที่สูงมาก ยิ่งถ้าใช้บทบาทของไทยในการทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่มีอยู่ในประเทศไทยด้วย ผมเชื่อว่าเราจะมีบทบบาทอย่างยิ่งในการทำลายพวกอาชญากรข้ามชาติ” นายรังสิมันต์ กล่าว
จิราภรณ์ ศรีแจ่ม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส รายงาน











