"เศรษฐา" โต้กลับ "ชูวิทย์" ยันซื้อที่ดินแสนสิริถูก กม.-ไม่มีเงินทอน

การเมือง
18 ส.ค. 66
13:26
1,168
Logo Thai PBS
"เศรษฐา" โต้กลับ "ชูวิทย์" ยันซื้อที่ดินแสนสิริถูก กม.-ไม่มีเงินทอน
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"เศรษฐา" แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย โต้กลับ "ชูวิทย์" ปมซื้อที่ดินของแสนสิริและเรื่องนอมินี ยืนยันซื้อที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีเงินทอน ระบุ "ชูวิทย์" ให้ข้อมูลเท็จและบิดเบือน เหตุไม่พอใจแสนสิริไม่ซื้อที่ดินในซอยสุขุมวิท 24

วันนี้ (18 ส.ค.2566) เวลาประมาณ 12.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก "เศรษฐา ทวีสิน - Srettha Thavisin" ชี้แจงกรณีการจัดซื้อที่ดินของบริษัท แสนสิริ และเรื่องนอมินี ว่า ในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหารของบริษัท แสนสิริ ยืนยันว่าทีมงานทุกคนบริหารงานอย่างโปร่งใสในรูปแบบของคณะกรรมการ ตามข้อบังคับของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ ทำงานตามหลักธรรมาภิบาล ไม่เคยถูกตั้งข้อกล่าวหา หรือแม้แต่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการทำงานและการประกอบการของบริษัท

วันนี้จึงออกมาให้ข้อเท็จจริงและตอบคำถามของสังคม ยืนยันว่า ในขณะที่ตนยังเป็นผู้บริหาร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การซื้อขายที่ดินเพื่อประกอบการบริษัท ดำเนินการด้วยความถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน ไม่เคยมีวิธีการนอกระบบกฎหมาย เพื่อเบียดบังผลประโยชน์ของรัฐ หรือแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว

ผมขอปฏิเสธข้อกล่าวหาในทุกกรณีที่คุณชูวิทย์นำมากล่าวอ้าง ซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนให้เกิดความเสียหาย

นายเศรษฐา กล่าวว่า ทุกตอนที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้กล่าวถึงทั้งที่ดินแปลงสารสิน หรือที่ดินทองหล่อ เป็นเรื่องแบบเดียวกัน ซึ่งแสนสิริในฐานะผู้ซื้อ ทำธุรกรรมกับผู้ขายรายต่างๆ โดยชำระค่าที่ดินตามราคาตลาดที่สมเหตุสมผล สัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน ผู้ซื้อและผู้ขายต้องชำระหนี้ซึ่งกันและกัน และมีหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด

บริษัท แสนสิริ เป็นผู้ซื้อ ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการบริหารภายในของฝ่ายผู้ขายได้ในทุกขั้นตอน ฝั่งผู้ซื้อไม่มีนอมินี ไม่มีการปล่อยกู้ให้ผู้ขาย ความจริงเป็นการจดจำนองเพื่อเป็นการประกันการปฏิบัติตามสัญญาและห้ามผิดสัญญาของบริษัทผู้ขาย และประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เป็นจำนวนเงิน 1,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจน ไม่มีการทำสัญญากู้ ไม่มีการสมคบคิดใดๆ และไม่เคยมีเงินทอนกลับมาที่ตนหรือพนักงานแสนสิริ

ส่วนแปลนโครงการ KHUN by YOO มีมูลค่าที่ดิน 1,100,000 บาทต่อตารางวา ถือเป็นราคาที่ดีมาก ไม่มีเงินทอนให้ใคร จึงอยากให้นายชูวิทย์แยกแยะระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อให้ได้และอย่าบิดเบือน พร้อมย้ำว่าแสนสิริไม่มีนอมินีอย่างแน่นอน

นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า นายชูวิทย์จะพูดเรื่องที่ดินอีกกี่แปลงก็ได้ แต่ต้องแยกผู้ขายกับผู้ซื้อให้ชัดเจน และต้องใช้ความจริงที่ไม่บิดเบือน แม้นายชูวิทย์โกรธเคืองที่บริษัท แสนสิริ ไม่ซื้อที่ดินในซอยสุขุมวิท 24 ของนายชูวิทย์ เมื่อเดือน ก.ย.2565 ที่ได้ตกลงกันจากราคา 2,000 ล้านบาท เหลือ 1,800 ล้านบาท แต่ที่ดินของนายชูวิทย์มีเงื่อนไขติดพันกับบริษัท ไดมอนด์แลนด์ ซึ่งแสนสิริไม่สามารถซื้อที่ดินที่มีนิติกรรมซ้อนได้ จึงเป็นเหตุให้นายชูวิทย์ไม่พอใจ

นายเศรษฐา ระบุอีกว่า ถูกข่มขู่หลังจากมีการเสนอชื่อของตนในสภาฯ เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีการฝากข้อความผ่านคนใกล้ชิดมาสั่งให้ตนมัดจำเงินเพื่อซื้อที่ดินและทำ MOU แบบไม่มีเงื่อนไขในการซื้อขายที่ดินกับนายชูวิทย์ และมีการติดต่อผู้ใหญ่ให้มาบอกตนว่าจะแฉและทำทุกอย่างเพื่อให้ตนไม่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยให้ตกลงซื้อที่ดินราคา 2,000 ล้านบาททันทีแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้า Discredit ต่อไป

นอกจากนี้ยังมีการบิดเบือนไปถึงเรื่อง Digital Wallet ทำให้ประชาชนเข้าใจว่านโยบายนี้เป็นการฟอกเงินผ่าน coin ดังนั้นขออย่าเอาเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาโจมตีอย่างไม่มีหลักการ เพราะเป็นนโยบายสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันที

ทั้งนี้ เชื่อว่าการออกมาพูดในครั้งนี้อาจทำให้นายชูวิทยไม่พอใจและอาจไปฟ้องศาล ซึ่งตนก็พร้อมนำพยานหลักฐานไปสู้คดี

นายเศรษฐา กล่าวทิ้งท้ายว่า ชีวิตของตนตรวจสอบได้หมดทุกอย่าง ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แม้ทุกคนจะเตือนว่าอย่าลงการเมือง เพราะเปลืองตัว แต่วันนี้ตนตัดสินใจเอง เพราะอยากทำให้ประเทศและเศรษฐกิจดีขึ้น พร้อมย้ำว่า "ศัตรูของผม คือความยากจนและความไม่เสมอภาคของประชาชน เป้าหมายของผม คือความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ชูวิทย์" แฉ "แสนสิริ" ใช้นอมินีซื้อที่ดินโยง "เศรษฐา"

"ชูวิทย์" ฟ้อง "เศรษฐา-ทนายวิญญัติ" 3 ข้อหา เรียก 9 หมื่นบาท

"เศรษฐา" ส่งทนายฟ้อง "ชูวิทย์" หมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 500 ล้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง