เส้นทาง 22 ปี "ณัฐวุฒิ" เกิด-เติบโต-ยุติ บทบาท "เพื่อไทย"

การเมือง
21 ส.ค. 66
10:28
2,461
Logo Thai PBS
เส้นทาง 22 ปี "ณัฐวุฒิ" เกิด-เติบโต-ยุติ บทบาท "เพื่อไทย"
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

"วิกาลเดียวดาย และยิ่งเดียวดายเมื่อปรากฏเงาหลังคนผู้หนึ่ง คนเสเพลผู้ถูกขับจากสำนัก เล่งฮู้ชง สุราอุ่นแล้ว ปีศาจสุราล้อมวง รสสุราซื่อสัตย์ ชาวยุทธ์บ้างเมามาย บ้างกู่ก้องถามไถ่ ข้าพเจ้าเพียงรอเวลา และเวลาของข้าพเจ้า มาถึงแล้ว" เพลง "ขุนเขายะเยือก" ซึ่งโพสต์โดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย โพสต์เป็นครั้งแรกหลังจาก พรรคพลังประชารัฐ และ พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทย

และก่อนหน้านี้ "คนเสื้อแดง" และด้อมส้มก้าวไกล ออกมาตามหาว่า เต้น-ณัฐวุฒิ หายไปไหน? 

เต้น ณัฐวุฒิ สหายสนิท ตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ ที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคเพื่อไทย จนทั้ง 2 คนนี้ต้องหันหลังให้กัน ฝ่ายหนึ่งยังอยู่กับเพื่อไทย ในขณะที่อีกคนออกมาตั้งคณะหลอมรวมประชาชน 

จากบทเพลงที่โพสต์ แสดงให้เห็นว่า ปีศาจสุราอย่างเต้นจะต้องสละกระบี่ เดินออกจากยุทธภพเพื่อไทย 

เปิดเส้นทาง "เต้น" 22 ปี ถนนการเมือง

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เกิดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2518 เป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช "ด.ช.เต้น" จบการศึกษา ประถม-มัธยม ที่นครศรีธรรมราช และก้าวเท้าเข้าสู่เมืองเข้าเรียนระดับชั้นอุดมศึกษา ทั้งระดับปริญญาตรีและโท ในปี 2548  

บทบาททางการเมือง

  • ณัฐวุฒิ เริ่มเล่นการเมือง โดยเข้าสังกัดพรรคชาติพัฒนา ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2544 
  • ต่อมา ณัฐวุฒิ เข้าสังกัดพรรคไทยรักไทย โดยร่วมทีมปราศรัยล่วงหน้าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะทำงานโฆษกพรรคไทยรักไทย
  • ปี 2549 พรรคไทยรักไทย คัดเลือกให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้รับเลือกเป็น สส. แต่เกิดการรัฐประหาร 19 ก.ย. ขึ้นเสียก่อน

แกนนำ นปช.

  • 20 ก.ย.2549 ณัฐวุฒิ ร่วมกับ วีระ มุสิกพงศ์ และ จตุพร พรหมพันธุ์ ร่วมกันแถลงข่าวต่อต้านการรัฐประหาร
  • ปี 2550 สถานีโทรทัศน์พีทีวี ที่ ณัฐวุฒิเป็นผู้อำนวยการสถานี ถูกปิดกั้นสัญญาณดาวเทียม ไม่สามารถออกอากาศได้ ผู้บริหารและผู้จัดรายการจึงออกมาปราศรัยที่ท้องสนามหลวง พร้อมกับหลายองค์กรประชาธิปไตยภาคประชาชน จัดตั้งขึ้นเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) โดย ณัฐวุฒิ เข้ารับตำแหน่งเป็นแกนนำคนหนึ่ง 
  • หลังจากรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ สิ้นสุดลง นปก.จึงเปลี่ยนชื่อองค์กรใหม่เป็น แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ณัฐวุฒิยังเป็นแกนนำอยู่ตามเดิม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

  • กลางปี 2550 ณัฐวุฒิ เข้าสังกัดพรรคพลังประชาชน พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ระบบสัดส่วน แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง
  • จากนั้นได้รับแต่งตั้งให้เป็น รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช
  • ได้รับการแต่งตั้งเเป็น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

ครอบครัวเสื้อแดง

  • ในการเลือกตั้ง 2554 ณัฐวุฒิ ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย และได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 
  • ปี 2555 ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 และ ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรมช.พาณิชย์ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 3
  • เลือกตั้งทั่วไป 2557 ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 19
  • ในการเลือกตั้งทั่วไป 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ ลำดับที่ 7 แต่พรรคไทยรักษาชาติ ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคก่อนวันเลือกตั้ง
  • ต่อมา วันที่ 15 มิ.ย.2565 กลับเข้าพรรคเพื่อไทย โดยได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย 

ยุติบทบาท ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย

ณัฐวุฒิ มีชื่อเสียงในวงการนักพูด เริ่มต้นจากการเป็นนักโต้วาทีโรงเรียน จนได้แชมป์รายการโต้คารมมัธยมศึกษา ทางไทยทีวีสีช่อง 3 จากนั้นเข้าสู่เส้นทาง "นักพูด" โดยเป็นนักอบรมการพูด เคยเป็นดารา ประจำรายการสภาโจ๊ก และรัฐบานหุ่น ทางสถานีโทรทัศน์ itv 

หลังเข้าสู่ยุทธภพการเมืองได้ไม่นาน ณัฐวุฒิ และ วีระ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, จักรภพ เพ็ญแข, ก่อแก้ว พิกุลทอง และ อุสมาน ลูกหยี ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด ดำเนินกิจการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี โดยเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีฯ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ร่วมดำเนินรายการ "เพื่อนพ้องน้องพี่ พีทีวีเพื่อประชาชน" ร่วมกับ วีระ, จตุพร และ จักรภพ ด้วย

หลังจากทั้งเต้น ทั้งกระโดด ในเส้นทางการเมืองมากว่า 22 ปี ผ่านทั้งเวทีนอก-ในสภา ณัฐวุฒิ เลือกเอาวันนี้ (21 ส.ค.2566) ประกาศยุติบทบาท ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ด้วยเหตุผลการร่วมรัฐบาลของเพื่อไทยกับ 2 พรรคลุง แม้ปากบอกไม่เป็นไร และจะไม่มีคำให้ร้ายใดๆ ต่อเพื่อไทยออกจากปาก แต่ในใจ ณัฐวุฒิ นั้นเจ็บจนเกิดรอยร้าวยากประสานคืน รอยในใจที่ยอมจากเพื่อไทย เพราะตัวเอง เต้นยะเยือกอยู่บนขุนเขาเพียงลำพัง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง