สงครามอิสราเอล-ฮามาส ทำราคาทองคำสูงสุดในประวัติศาสตร์ไทย

เศรษฐกิจ
19 ต.ค. 66
12:51
5,901
Logo Thai PBS
สงครามอิสราเอล-ฮามาส ทำราคาทองคำสูงสุดในประวัติศาสตร์ไทย
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

วันนี้ (19 ต.ค.2566) ราคาทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 34,100 บาท และทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 33,600 บาท รับซื้อคืน บาทละ 33,500 บาท เป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของไทย เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

ท่ามกลางความวิตกกังวล เกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่มีแนวโน้มบานปลาย ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส และอาจจะเร่งปฏิกิริยาเร็วขึ้น หลังจากเกิดเหตุระเบิดโรงพยาบาลอัล-อาห์ลี อัล-อาราบี ในฉนวนกาซาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ชาวปาเลสไตน์ เสียชีวิตมากกว่า 500 คน

กลุ่มฮามาสกล่าวโทษว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเป็นฝีมือของอิสราเอล ขณะที่อิสราเอล ก็ตอบโต้ว่า ต้นเหตุคือกลุ่มติดอาวุธญิฮาดปาเลสไตน์ ยิงจรวดพลาดเป้า

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภัคดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยกับไทยพีบีเอสออนไลน์ ว่า ราคาทองที่ปรับขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ในวันนี้ มีปัจจัยหลักมาจากความตึงเครียดของสงครามอิสราเอลกับฮามาสที่ทวีความรุนแรง

ทำให้ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายเมื่อไหร่ ซึ่งเป็นปัจจัยให้ราคาทองเปิดตลาดเช้านี้ปรับขึ้นมาที่ 300 บาท ราคาทองคำแท่งจากราคา 33,600 บาท ลงมาเหลือ 33,500 บาท (ปรับลด 2 ครั้ง) และราคาทองคำรูปพรรณเปิดตลาดเช้าราคา34,100บาท (ปรับลด 2ครั้ง) ในราคาทองรูปพรรคภาคบ่ายกลับมาราคาเท่าเดิมกับที่ตลาดเปิด

ราคาทองคำเคยขึ้นมาบาทละ 1,200 บาท ซึ่งไม่มีใครคาดการณ์ได้ แต่หากทั่วโลกกดดันให้สองฝ่ายยุติสงครามโดยเร็ว ราคาทองคำก็ลดลงเร็ว วันนี้ราคาทองคำปรับขึ้นลงถึง 3 ครั้ง บวก 200 บาท ถือเป็นการทำนิวไฮ ในประวัติศาสตร์ของไทยตั้งแต่มีการค้าทองคำ

อีกปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้น คือ ค่าเงินบาท เช้านี้ค่าเงินบาทแข็งค่าที่ระดับ 36.42 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าบาทอ่อนลงมา อยู่ที่ระดับ 37 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นมา 1,000 บาท ทันที

มีโอกาสที่ค่าเงินบาท จะอ่อนค่าไปอยู่ที่ระดับ 37 บาท เพราะทุกครั้งที่ค่าเงินบาทขึ้นมา 10 สตางค์ ทำให้ราคาทองขึ้นมา 70-80 บาท บาทแข็งราคาทองจะถูกลง บาทอ่อนราคาทองแพงขึ้น

ขณะที่ นายธนรัชต์ พสวงศ์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองปรับตัวขึ้นแรง มาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่มีแนวโน้มบานปลาย โดยเฉพาะหลังมีเหตุการณ์ระเบิดที่โรงพยาบาลในฉนวนกาซา

นายธนรัชต์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ราคาทองคำ Gold Spot สามารถทะลุแนวต้าน 1,950 ดอลลาร์ขึ้นมาได้ ทำให้ทิศทางราคาทองคำ เป็นขาขึ้นในระยะยาว แต่ต้องติดตามสถานการณ์ ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยทองคำมีแนวต้าน 1,962 และ 1,980 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับ 1,930 และ 1,920 ดอลลาร์

ถือเป็นโอกาสดี ที่จะเก็งกำไร เพราะราคาทองเคยขึ้นไปสูงและปรับลงมาที่ 1,920 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าต้องการลงทุน น่าซื้อเก็บไว้

ทั้งนี้มีคำแนะนำจากนักลงทุนว่า มีแรงซื้อเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แนะนำเปิดสถานะซื้อทำกำไรระยะสั้น เมื่อราคาสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,932-1,911 ตัดขาดทุน

หากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,911 ในระยะสั้น ราคาอาจปรับตัวขึ้น อาจมีแรงขายเพิ่มขึ้น แนะนำทยอยปิดสถานะซื้อทำกำไร หากราคาไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,966-1,987

อย่างไรก็ตามนักลงทุน รอติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย หลังปัจจัยสงคราม อาจกระทบเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สงครามบานปลาย ดันราคาทอง-น้ำมันพุ่ง

หอการค้าไทย ชี้ 'สงครามอิสราเอล' ไม่กระทบการค้า

"สงครามอิสราเอล" ส่งผลตลาดลงทุน จับตาราคาน้ำมัน-ทองคำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง