ล้วงแผนลับ "เด็ดปีก" วีระชาติ ลูกเขย "ชาดา ไทยเศรษฐ์"

อาชญากรรม
25 ต.ค. 66
14:47
7,604
Logo Thai PBS
ล้วงแผนลับ "เด็ดปีก" วีระชาติ ลูกเขย "ชาดา ไทยเศรษฐ์"
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

ปฎิบัติการวางแผน "เด็ดปีก" เข้าจับกุม "วีระชาติ รัศมี" นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ จ.อุทัยธานี และพวกรวม 5 คน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและพลเรือน เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา หากไม่ได้เกิดในพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง ซึ่งมี มท.3 "ชาดา ไทยเศรษฐ์" เป็น ส.ส.เขต พรรคภูมิใจไทย ในฐานะเจ้าถิ่นผู้มากบารมีและมีอิทธิพลกว้างขวาง ข่าวชิ้นนี้ สังคมคงไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก

แต่เพราะ "วีระชาติ" คือ สามีของ "อัลฑริกา ไทยเศรษฐ์" บุตรสาวคนที่ 4 ของ "ชาดา" จึงทำให้สังคมสนใจมากขึ้น ไม่ใช่เพราะ "อนุทิน ชาญวีระกุล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะ รมว.มหาดไทย มอบหมายงานปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมาเฟียให้กับ "ชาดา" รมช.มหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบ

แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ ตัวผู้ต้องหาคือ "วีระชาติ" ในฐานะลูกเขยคนเล็ก ว่า เหตุใดจึงกล้ากระทำการดังกล่าวทั้งๆ ที่ตนเองและพวกเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ และหากไม่มีผู้ร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์เหล่านี้อาจจะยังเกิดขึ้นต่อไป

แม้ล่าสุด "ชาดา" ในฐานะ มท.3 สั่งให้ "วีระชาติ" ลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตลุกดู่แล้วก็ตาม แต่กระบวนการสอบสวนและการดำเนินคดี ก็ยังต้องเดินหน้าต่อ

"ก็บอกแล้ว เตือนแล้ว ถ้าไม่หยุดก็ต้องดูแลตัวเองกันไป" คือ คำเตือนจากพ่อตา "ชาดา" ถึง "วีระชาติ" ลูกเขย ก่อนหน้านี้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ในฐานะผู้รับผิดชอบคดีร่วมกับ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. ได้ร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหา "วีระชาติ" และพวกอีก 5 คน คือ "ธนภัสสร์" ปลัดเทศบาลตลุกดู่, "กุลธัช" ผู้ช่วยนายช่างโยธาเทศบาลตลุกดู่ ในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ส่วนลูกน้องอีก 2 คน คือ มานพ และยิ่งยง ซึ่งกระทำความผิดซึ่งหน้า ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยมิชอบ และสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

วางกับดัก "ล่อซื้อ" สินบน

ต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา จังหวัดอุทัยธานี ได้เปิดประมูลโครงการก่อสร้างระบบท่อน้ำประปาในพื้นที่ ต.ตลุกดู่ และ ต.หาดทนง โดยให้ผู้ประกอบการเข้ายื่นสิทธิในการประมูลผ่านรูปแบบของ e-bidding หรือ วิธีประกวดราคาผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นคนนอกพื้นที่ จึงได้ยื่นสิทธิเข้าร่วมการประมูลทั้ง 2 แห่ง

แต่หลังจากนั้นไม่นาน บุคคลปริศนาได้ส่งเสียงมาทางสายโทรศัพท์ ข่มขู่ให้ถอนตัว โดยระบุว่า ผู้ใหญ่ในพื้นที่ต้องการโครงการนี้ไปทำ พร้อมเสนอเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นค่าชดเชยหรือค่าเสียเวลาให้ แต่ทางผู้เสียหายตอบปฏิเสธ และใช้สิทธิเข้ายื่นประมูลตามเดิม และชนะการประมูลได้รับงานทั้ง 2 โครงการ ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย

หลังชนะการประมูลพบว่า ผู้เสียหายไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากถูกกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ห้ามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง แคมป์ปูนซีเมนต์ทุกแห่งในพื้นที่ จ.อุทัยธานี ขายปูนหรืออุปกรณ์ให้กับผู้เสียหาย ทำให้ไม่สามารถดำเนินงานจัดสร้างได้ตามแผนที่วางไว้

เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา "วีระชาติ" ได้เรียกผู้เสียหายมาพบและยื่นข้อเสนอให้จ่ายเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อให้เดินหน้าก่อสร้างโครงการทั้ง 2 แห่ง และมีต่อรองเหลือวงเงิน 600,000 บาท โดยระหว่างนั้นผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือมายัง ปปป., ป.ป.ท.และ ป.ป.ช. ทั้งหมดจึงร่วมกันวางแผนเข้าล่อซื้อ โดยนัดหมายส่งมอบเงินที่บริเวณหน้าธนาคาร ธ.ก.ส. สาขา อ.เมือง จ.อุทัยธานี ในช่วงสายๆ ของวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา

ล้วงแผนเด็ดปีก "วีระชาติ"

การวางแผนเด็ดปีก "วีระชาติ" และพวกไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลางต้องซุ่มเงียบในระหว่างที่ลงพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลทางการข่าวรั่วไหล ในทุกจุดที่เข้าปฎิบัติการจะมีการวางแผนกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ เช่น จุดที่เข้าไปกุม "วีระชาติ" และพวก

และจุดนัดพบเพื่อส่งมอบเงินให้กับลูกน้องของวีระชาติ คือ มานพและยิ่งยง ด้านหน้าธนาคาร ซึ่งผู้เสียหายได้นัดหมายไว้

"ก่อนอื่นต้องชม ผู้เสียหายที่เขากล้าร้องเรียน ทั้งๆ ที่เป็นผู้หญิง ต้องบอกว่าใจนักเลง ใจสู้มาก อาจเป็นเพราะเขาถูกกลั่นแกล้งจนทนไม่ไหว" แหล่งข่าวจากชุดปฎิบัติการระบุ

แหล่งข่าว ระบุว่า ปฎิบัติการที่เกิดขึ้นไม่มีเบื้องหน้า-เบื้องหลัง หรือมีใบสั่ง มีการสืบกันมาก่อนที่จะเข้าจับกุม มีการวางกำลังลงไปรอล่วงหน้า ครั้งแรกมีการตรวจสอบข้อมูล มีการแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวเป็นหลานปลายแถว ซึ่งชาดา ไม่สนใจ แต่พอตรวจสอบละเอียดปรากฏว่าเป็นลูกเขยเล็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ปฎิบัติตามกฎหมายตรงไปตรงมา

"ตอนไปจับวีระชาติที่บ้าน เขาก็โวยวาย จนต้องบอกว่า หากยึกยัก โวยวาย จะเอาคลิปส่งให้กับผู้สื่อข่าวทุกสำนัก และมารอดูว่า ใครจะพัง ระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนถูกจับ ในที่สุดเขาก็ขอให้รอทนายมารับฟัง แล้วในขณะนั้น ก็ขอโทรศัพท์ด้วย ...ไม่แน่ใจว่าเขาโทรหาใครบ้าง" ชุดปฎิบัติการระบุ

นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานเกี่ยวข้องในพื้นที่แล้ว มีข้อมูลว่า ระหว่างปฎิบัติการมีตำรวจระดับรองสารวัตรฯ ในพื้นที่มาแสดงตัว โดยอ้างว่าได้รับแจ้งจาก สจ.คนหนึ่งในพื้นที่ให้เข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการ บอกว่า การวางแผนจับกุมในครั้งนี้ ปิดข้อมูลกันอย่างเงียบเชียบ และไม่แจ้งนักข่าว เพราะกลัวว่าจะมีการปะทะ เพราะเขามีปืน หากคุมไม่อยู่ หรือเกิดเหตุปะทะอาจทำให้เกิดความวุ่นวาย และอาจไม่มีมุมให้หลบ จึงใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ยุทธวิธีทั้งหมด

ปกติจริงๆ ตัวลูกน้องของวีระชาติจะพกปืน 3-4 กระบอก ทั้งในรถ ติดตัวและคนติดตาม แต่บังเอิญเมื่อวานถือว่าโชคดีของเราที่เขาไม่พกปืน แต่ถ้าเกิดพกปืนขึ้นมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นหนังคนละม้วน

สำหรับปฎิบัติการที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการระบุว่า เป็นการไปเหยียบจมูกเขาถึงถิ่น แต่ในฐานะที่ทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหลายๆ คดีที่ผ่านมา ก็มีการจับกุมบ่อยครั้ง ซึ่งเมื่อวานจำเป็นต้องปิดข่าวเพื่อความปลอดภัยของทุกๆ คน เจ้าหน้าที่ก็ต้องระวังแนวปืน มันอันตราย

การเข้าจับกุมครั้งนี้ ไม่มีใครรู้ตัวล่วงหน้า ตัวนายวีระชาติ ก็ไม่ทราบ ...ส่วนตัวคนร้องเรียน ก็ต้องนับถือเขาจริงๆ เป็นผู้หญิง ใจสุดยอด เขาบอกว่าไม่กลัว และขณะนี้ ได้เข้าไปอยู่ในโครงการคุ้มครองพยานของ ป.ป.ช.แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"มท.3" สั่งเขยเล็กพ้นตำแหน่งนายกเทศมนตรีตลุกดู่

จับ "ลูกเขยชาดา" เรียกรับสินบนสร้างประปาหมู่บ้าน 6 แสนบาท

เส้นทาง "ผู้การเต่า" อดีตมือปราบยาเสพติดสู่มือปราบทุจริต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง