ครบเดือน "ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านร่วมยอดพุ่ง ร้านนอกเกณฑ์โอดลูกค้าหาย

เศรษฐกิจ
16:59
จำนวนผู้ชม 65
Thai PBS
ครบเดือน "ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านร่วมยอดพุ่ง ร้านนอกเกณฑ์โอดลูกค้าหาย
คลังเผย "ไทยช่วยไทยพลัส" ครบ 1 เดือน มีผู้ใช้สิทธิกว่า 26 ล้านคน เงินสะพัดกว่า 42,810 ล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยระบุยอดขายหน้าร้านเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนร้านค้ารายใหญ่และร้านที่ไม่เข้าเกณฑ์ร่วมโครงการสะท้อนผลกระทบจากยอดขายที่ลดลง

วันนี้ (2 ก.ค.2569) ผ่านมาแล้ว 1 เดือนกับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)" ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐจะช่วยออกค่าใช้จ่าย ในการจับจ่ายซื้อของให้ร้อยละ 60 และประชาชนจ่ายเองอีกร้อยละ 40 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ด้วยการช่วยบรรเทาค่าใช้จ่าย รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง รายงานยอดร้านค้าและการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 เวลา 16.00 น. ว่า มียอดรวมผู้ได้รับสิทธิจำนวน 26,040,623 คน และมียอดร้านค้าที่เข้าร่วม 1,072,671 ร้าน โดยยอดใช้จ่ายรวมเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 42,810.86 ล้านบาท จำนวนผู้ใช้สิทธิครบ 1,000 บาท จำนวน 10,987,303 คน

ร้านค้ารายย่อยยัน ยอดขายพุ่งอย่างชัดเจน

น.ส.ป้อม เจ้าของร้านเนื้อย่างเสียบไม้ กล่าวว่า ตั้งแต่มีโครงการไทยช่วยไทยพลัสก็ขายดีขึ้น จากก่อนที่จะมีโครงการ โดยยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว อย่างไรก็ตาม ตนกลับชอบโครงการคนละครึ่งมากกว่า เพราะร้านค้ามีรายรับมากกว่า

กล่าวคือ โครงการคนละครึ่ง รัฐจ่าย 200 บาท ประชาชนจ่าย 200 บาท ทำให้ยอดรวมในการซื้อแต่ละวันเท่ากับ 400 บาท แต่โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีอัตราส่วน 60:40 รัฐบาลจ่าย 200 ประชาชนจ่าย 133.33 บาท ยอดรวมในการซื้อแต่ละวันเท่ากับ 333.33 บาท ซึ่งน้อยกว่าโครงการคนละครึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 โครงการก็ช่วยให้ยอดขายร้านดีขึ้น

นายบุญชัย จงกลสิริกุลพร อายุ 36 ปี เจ้าของร้านหนังสือการ์ตูน ซึ่งเปิดกิจการมานานกว่า 30 ปี เปิดเผยว่า หลังเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย ยอดขายหน้าร้านเพิ่มขึ้นประมาณ 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเข้าร่วมโครงการ

เดี๋ยวนี้หนังสือมีขายทางออนไลน์ คนก็สั่งทางนั้นเอา แต่พอมีไทยช่วยไทย ต้องมาสแกนหน้าร้าน คนก็มาซื้อหน้าร้านเยอะขึ้น

เจ้าของร้านหนังสือการ์ตูน ระบุว่า ปัจจุบันร้านจำหน่ายหนังสือการ์ตูนเป็นหลัก หลังยุติการขายหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น และความนิยมลดลง มองว่าโครงการสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายของผู้ประกอบการได้จริง เพราะดึงลูกค้าให้กลับมาซื้อสินค้าที่หน้าร้าน แม้จะยังมีช่องทางจำหน่ายออนไลน์ควบคู่กันก็ตาม

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการคนละครึ่ง มองว่าช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้ใกล้เคียงกัน และคาดว่าหลังโครงการสิ้นสุดลง ยอดลูกค้าหน้าร้านอาจลดลง แต่ยังมีช่องทางออนไลน์ช่วยพยุงยอดขายได้อีกทางหนึ่ง

ครบเดือน "ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านร่วมยอดพุ่ง ร้านนอกเกณฑ์โอดลูกค้าหาย

ครบเดือน "ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านร่วมยอดพุ่ง ร้านนอกเกณฑ์โอดลูกค้าหาย

ด้านนายธีระ บุตรน้ำเพชร อายุ 39 ปี เจ้าของร้านขายอาหารสุขภาพ มองว่า โครงการนี้ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้จริง เพราะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนมีโครงการที่บรรยากาศการจับจ่ายค่อนข้างซบเซา

นายธีระ กล่าวว่า ร้านเข้าร่วมทั้งโครงการไทยช่วยไทย และโครงการคนละครึ่ง โดยมองว่าทั้ง 2 มาตรการ ช่วยกระตุ้นยอดขายได้ใกล้เคียงกัน แม้สัดส่วนการช่วยเหลือจะแตกต่างกันก็ตาม พร้อมยอมรับว่าเมื่อโครงการสิ้นสุดลง ยอดขายมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมาตรการดังกล่าว ช่วยดึงให้ประชาชนออกมาใช้จ่ายมากขึ้น

นอกจากนี้ แม้ร้านจะเปิดให้ใช้สิทธิผ่านบริการเดลิเวอรี แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเลือกใช้สิทธิที่หน้าร้านมากกว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าธรรมเนียม (GP) ที่ผู้ประกอบการมองว่ายังค่อนข้างสูง ทำให้ช่องทางหน้าร้านยังเป็นรายได้หลักของกิจการ

ร้านนอกโครงการโวยยอดขายลด

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางส่วนระบุว่า ได้รับผลกระทบในการค้าขาย เนื่องจากไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ได้ จากปัจจัยหลาย ๆ ด้าน

หนึ่งในกรณีที่ได้รับความสนใจ คือ ร้านสุกี้ตี๋น้อย ซึ่งออกมาชี้แจงถึงการปิดให้บริการ 3 สาขา แม้บางสาขาจะเปิดดำเนินการมานานกว่า 6 ปี โดยระบุว่า ร้านไม่เข้าข่ายคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์กำหนดว่า ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการต้องไม่เป็นกิจการที่เข้าลักษณะผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือ ธุรกิจแฟรนไชส์

โดยร้านสุกี้ชื่อดัง ระบุว่า หลังโครงการนี้ได้เริ่มขึ้น จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมองว่าเป็นผลจากการที่ผู้บริโภคเลือกใช้สิทธิประโยชน์ จากโครงการกับร้านค้าที่เข้าร่วมได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องปิดสาขาชั่วคราว พร้อมส่งเสียงสะท้อนว่า ตอนนี้ขายแข่งกับคนอื่นไม่ได้ เพราะไม่มีไทยช่วยไทย ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลควรหันมาช่วยเหลือคนที่เสียภาษีอย่างถูกต้องบ้าง

เช่นเดียวกับ ร้านของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายลูกชิ้น โพสต์วิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สะท้อนผลกระทบเชิงลบจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ว่า แม้ตนจะประกอบธุรกิจและเสียภาษีอย่างถูกต้อง แต่ร้านของตนนั้นไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากมีรายรับเกินกว่าที่หลักเกณฑ์ที่กำหนด

โดยเจ้าของร้าน ระบุว่า หลังโครงการนี้เริ่มขึ้น ร้านของตนยอดขายลดลง เนื่องจากลูกค้าจำนวนมากเลือกใช้บริการ หรือซื้อสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่งผลให้ร้านกลายเป็นตัวเลือกสุดท้ายของลูกค้า เพราะลูกค้าไม่สามารถใช้สิทธิได้

อย่างไรก็ตาม ก็มีร้านค้าบางร้านที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพราะความยุ่งยาก ไม่สะดวก และราคาของสิ้นค้าก็ไม่ได้แพงมาก จึงไม่เข้าร่วม แต่ยอดขายของร้านก็ไม่ได้ลดลง

น.ส.บัด อายุ 73 ปี ขายน้ำหวานมามากกว่า 50 ปี กล่าวว่า ร้านของตนไม่ได้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพราะมีขั้นตอนการใช้งานที่ยุ่งยาก อีกทั้งร้านของตนกำไรไม่มาก และไม่ได้ขายแพงอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นจะต้องเข้าร่วมโครงการ แม้จะเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ตอนโควิดสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นโครงการที่มาใหม่ จึงอยากลองใช้ดู

แต่เพราะระบบยุ่งยากและตนก็เป็นผู้สูงอายุ จึงรู้สึกว่าใช้งานได้ไม่ค่อยสะดวกนัก บางครั้งระบบไม่เสถียร ลูกค้าสแกนจ่ายได้บ้างไม่ได้บ้าง มารอบนี้ไทยช่วยไทยพลัส จึงเลือกที่จะไม่เข้าร่วมโครงการ

ครบเดือน "ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านร่วมยอดพุ่ง ร้านนอกเกณฑ์โอดลูกค้าหาย

ครบเดือน "ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านร่วมยอดพุ่ง ร้านนอกเกณฑ์โอดลูกค้าหาย

น.ส.ไอซ์ อายุ 54 ปี ขายหมาล่าเสียบไม้ ไม่ได้เข้าโครงการไทยช่วยไทย เพราะรู้สึกว่ายุ่งยาก และไม่มีความรู้เกี่ยวกับตัวโครงการมากนัก อย่างไรก็ตาม การไม่ได้เข้าร่วมโครงการก็ไม่ได้กระทบต่อยอดขายของร้าน

ทั้งนี้ ยังเหลือเวลาอีก 3 เดือน ที่โครงการจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. ยังต้องติดตามต่อไปว่าหลังมาตรการสิ้นสุดลง รัฐบาลจะมีนโยบายเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนอย่างไรต่อไป

รายงานโดย: น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายรณรต วงษ์ผักเบี้ย นักศึกษาฝึกงาน คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อ่านข่าวอื่น :

พาณิชย์ลุยไล่บี้ลดราคาสินค้า หลังต้นทุนพลังงาน-ค่าขนส่งคลี่คลาย

ปลัด ทส.นำอนุ กก.สิ่งแวดล้อม "แลนด์บริดจ์" ลงพื้นที่ระนอง 3 ก.ค.นี้

"รัชพงศ์ ชูแก้ว" ลาออกจากเลขานุการ "พิพัฒน์" รมว.คมนาคม