วันนี้ (2 ก.ค.2569) นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปลัด ทส.) กล่าวว่า คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ ที่มีปลัด ทส.เป็นประธาน จะลงพื้นที่ จ.ระนอง และ จ.ชุมพร ในวันที่ 3-4 ก.ค.2569 โดยเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกของคณะอนุกรรมการชุดนี้ เพื่อสำรวจพื้นที่
ทั้งนี้ มีกำหนดการลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน บริเวณใกล้กับที่ตั้งโครงการท่าเทียบเรือ ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกโครงการแลนด์บริดจ์ฝั่งอันดามัน โดยถูกกำหนดไว้ที่แหลมอ่าวอ่าง ต.ทรายแดง อ.เมืองระนอง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่คาบเกี่ยวกับแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์ของอุทยานแห่งชาติแหลมสน ที่จะถมทะเลเพื่อพัฒนากิจการและพื้นที่ท่าเทียบเรือร่วมด้วย
ปลัด ทส.นำอนุ กก.สิ่งแวดล้อม "แลนด์บริดจ์" ลงพื้นที่ระนอง 3 ก.ค.นี้
นอกจากนี้ จะสำรวจอีกหลายจุด ได้แก่ บริเวณอ่าวเคย จุดเดียวที่สามารถเห็นโครงการได้จากบนฝั่งและมีหมู่บ้านประมง, พื้นที่ท่าเรือระนอง ต.ปากน้ำ อ.ระนอง ซึ่งเป็นท่าเรือที่ยังเปิดดำเนินการในปัจจุบัน และเป็นท่าเรือที่ใช้ขนถ่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างไปยังพื้นที่ถมทะเล
พื้นที่ กม. 82 + 200 จุดที่โครงการมอเตอร์เวย์และรถไฟยกระดับข้าม บริเวณ ทล.4 และข้ามป่าชายเลยก่อนเชื่อมต่อไปยังโครงการท่าเรือ, พื้นที่ช่วง กม.77 - 79 บ้านห้วยปลิง ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง ปัจจุบันเป็นพื้นที่เกษตรและชุมชน ที่ต้องมีการเวนคืนเพื่อก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟ, พื้นที่ กม. 61 + 000 บริเวณ อบต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เป็นจุดเริ่มต้นการก่อสร้างอุโมงค์ตัวที่ 8 (ความยาว 8 กิโลเมตร) โดยจะนำข้อมูลจากการสำรวจในพื้นที่รวบรวมส่งให้คณะกรรมการชุดใหญ่รับทราบรายละเอียดต่อไป
ปลัด ทส.ย้ำว่า คณะอนุกรรมการฯ ชุดสิ่งแวดล้อม จะลงพื้นที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะได้รับข้อสั่งการให้สำรวจพื้นที่อย่างรอบคอบที่สุด แม้รัฐบาลได้ประกาศชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ (ชุมพร-ระนอง) อย่างเป็นทางการ พร้อมยุติการเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยเปิดทางให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ระหว่างภาครัฐและตัวแทนภาคประชาชน เพื่อทบทวนและร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคใต้ใหม่ทั้งหมด
ขณะที่นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้รับเรื่องที่จะขอการศึกษาเพื่อจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ซึ่งกรมฯ ได้อนุญาตให้ศึกษาว่าในพื้นที่มีความเป็นไปได้อย่างไร รวมถึงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน อุทยานแห่งชาติแหลมสน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร
ในวันที่ 3 มิ.ย.ปลัด ทส.จะลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงดูผลกระทบของสิ่งแวดล้อมจุดท่าเรือ 2 ฝั่งทะเล และการขุดลอกร่องน้ำแนวเดินเรือสินค้า
ปลัด ทส.นำอนุ กก.สิ่งแวดล้อม "แลนด์บริดจ์" ลงพื้นที่ระนอง 3 ก.ค.นี้
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า กรมฯ มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลทางหลักวิชาการ ผลดี ผลเสีย และผลกระทบต่าง ๆ เพื่อให้คณะกรรมการนำข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปประกอบกับอนุกรรมการด้านอื่น ๆ เบื้องต้นมีข้อมูลว่า EHIA จะแบ่งเป็นจุดท่าเรือและเส้นทางเดินเรือ แต่สุดท้ายต้องนำข้อมูลมารวมกัน เพราะเป็นโครงการเดียวกัน
ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต้องดูทุกมิติ ทั้งทางทะเล ทรัพยากรใต้ทะเล ชายฝั่ง และบนบก อย่างที่หมู่เกาะระนองมีส่วนที่อยู่ในทะเลด้วย หรือเส้นทางเดินเรือสินค้าที่ต้องผ่านแนวเขตของอุทยานฯ ต้องดูว่าจะเลี่ยงได้อย่างไรให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ต้องให้ความเห็นทั้งหมดให้ครบถ้วน ทั้งระยะสั้น ระยะยาว ไม่มองข้ามผลกระทบเล็ก ๆ น้อย ๆ และนำข้อมูลไปชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย
ปลัด ทส.นำอนุ กก.สิ่งแวดล้อม "แลนด์บริดจ์" ลงพื้นที่ระนอง 3 ก.ค.นี้
ด้าน น.ส.สุวรรณา สะอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง กล่าวว่า หากมีแลนด์บริดจ์เกิดขึ้น หมู่เกาะระนอง จะมีเส้นทางสะพานเชื่อมไปยังท่าเรือ ทับซ้อนพื้นที่ป่าชายเลนของอุทยานฯ 924 ไร่ ระยาว 6 กิโลเมตร กว้าง 100 เมตร บริเวณบ้านคลองของ หมู่ที่ 6 ตั้งอยู่ในเขต ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง
ปลัด ทส.นำอนุ กก.สิ่งแวดล้อม "แลนด์บริดจ์" ลงพื้นที่ระนอง 3 ก.ค.นี้
สำหรับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง มีพื้นที่ป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ และพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เช่น โกงกางยักษ์ โกงกางใบเล็ก โดยเมื่อปี 2540 องค์การยูเนสโกได้ประกาศเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ถือเป็นลำดับที่ 4 ของไทย และนับเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ที่เป็นป่าชายเลนแห่งแรกของโลก ล่าสุดเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา พบโลมาหลังโหนก รวมกลุ่ม 10-20 ตัวโชว์ตัวในพื้นที่อุทยานฯ
ปลัด ทส.นำอนุ กก.สิ่งแวดล้อม "แลนด์บริดจ์" ลงพื้นที่ระนอง 3 ก.ค.นี้
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงพื้นบ้าน ได้ประโยชน์จากการหาสัตว์น้ำในพื้นที่ป่าชายเลน เช่น ปลา ปูดำ โดยเป็นการหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่และทดแทนได้ ตามมาตรา 65 ของ พ.ร.บ.อุทยานฯ
อ่านข่าว :
"พิพัฒน์" ถอยร่างกฎหมาย SEC ตั้งคณะร่วมศึกษาแนวทางพัฒนาภาคใต้
มติ คชก.สั่งทำใหม่ทั้งฉบับ EHIA "ท่าเรือน้ำลึกแหลมริ่ว-อ่าวอ่าง" เเลนด์บริดจ์
รัฐบาลเดินหน้าศึกษาแลนด์บริดจ์ครบทุกมิติ ย้ำยังไม่สรุปเดินหน้าโครงการ

